เล่าเรื่อง Advertising Week New York ตอนที่ 2 #AWnewyork

จากตอนแรก เล่าเรื่อง Advertising Week New York ตอนที่ 1 มาวันนี้จะมาต่อในวันที่ 3 และ 4 กัน

ในวันที่ 3 นั้นเป็นวันที่ผมเริ่มเหนื่อย ๆ จากการวิ่งไปมาระหว่างสัมมนาแล้ว และประกอบกับการเดินเยอะมากในการใช้เวลาทั้งเช้าและเย็นที่เหลือในเมือง New York ทำให้เริ่มไม่อยากเดินไประหว่างสถานที่ไกล ๆ และเริ่ม Information overload แล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องไปฟังเพื่อให้คุ้มค่ากับที่มา ซึ่งในตอนเช้าสถานที่ต่าง ๆ ก็มีขนมนมเนยเตรียมต้อนรับใน Session เช้า และมีกิจกรรมให้เล่นได้ของแจกมากมายอีกเช่นเคย 

ซึ่งหัวข้อวันที่ 28 นี้มีดังนี้

ซึ่งหัวข้อในวันนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเทรนด์ที่กำลังจะมาไม่ว่า Programmatic, VR, Data และ Cognative Marketing ทั้งนี้โดยสรุปหัวข้อในวันนี้

  • The Next Era of Programmatic เป็นการเล่ามุมมองว่ายุคหน้าของ Programmatic นั้นจะเป็นอะไร ซึ่งตอนนี้เอาเข้าจริงแล้ว Programmatic ที่ใช้ ๆ กันมันแค่ระยะเริ่มต้นของยุคการซื้อสื่อแบบ Programmatic แต่ในยุคนี้คือจะควบรวมตั้งแต่สื่อนอกบ้าน ทีวี วิทยุ และสื่อในร้านต่าง ๆ ออกมาเป็น Programmatic ผนวกกับข้อมูลต่าง ๆ เพื่อสร้างสื่อที่เข้าไปตรงความต้องการผู้บริโภคและดูแลผู้บริโภคได้ทันที
  • The Virtual Reality Audience Explained. เป็นการเล่าถึงกระแสของ VR นั้นกำลังมาแรง และตอนนี้ VR นั้นอยู่ในระยะเริ่มต้นของเหมือนตอนที่อุตสาหกรรมภาพยนต์นั้นเริ่มต้นขึ้น ซึ่งมีหลาย ๆ บริษัทยักษ์ร่วมลงเงินตั้งกองทุนไปลงทุน Startup ด้าน VR ต่าง ๆ หรือทำบริษัท Content ขึ้นมา โดยคาดการณ์ว่า VR จะกลายเป็นอุปกรณ์บันเทิงรูปแบบหนึ่ง ที่ทุกคนต้องมีติดตัวไว้เหมือนโทรศัพท์ในยุคนี้
  • Fox NFL Town Hall อันนี้มาเล่าเรื่องการทำการตลาดผ่าน Sport Marketing ของ Fox ว่าสามารถใช้ Sport Marketing มาช่วยทำการตลาดได้อย่างไร และมีผลอย่างไรต่อธุรกิจขึ้นมา โดยมีนักกีฬาและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างการแข่งขัน พร้อมผู้ชมนับล้านที่ดูรายการอยู่
  • A Dispatch from the Future of Search เป็นการมองอนาคตของ Search ว่าจะไม่ได้เป็นแค่ Search อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นระบบที่สามารถ Suggestion ความต้องการของเราโดยอิงจากพฤติกรรมที่เก็บข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคเข้าไป สามารถนำไปผนวกกับการ communication ระหว่างคนกับ Machine ต่าง ๆ ได้ด้วย
  • Big Data, Great Creative เป็นการเอาข้อมูลของ Data ที่เก็บได้มาสร้างเป็น Insight เพื่อสร้างงาน Creative ที่ตรงใจผู้บริโภคออกมา เป้นการผนวกระหว่างศาสตร์ของ Data เข้ากับความต้องการของครีเอทีฟเพื่อให้เกิดเป็นชิ้นงานเจ๋ง ๆ มาได้
  • Adventures in Venturing การเล่าเรื่องของบริษัทที่เกิดขึ้นใหม่จากการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ ๆ และทำอย่างไรที่จะสามารถสร้างธุรกิจใหม่ ๆ จากธุรกิจเดิม ๆ ได้ขึ้นมา
  • Digital Transformation in the Cognitive Era เป็น Session  ที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงในยุคที่หุ่นยนต์นั้นสามารถมาทำงานแทนมนุษย์ได้ และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคนี้เป้นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครไม่เปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้เร็วมีสิทธิ์ที่จะตายลงอย่างรวดเร็ว
  • AB InBev: Experiential Marketing เป็น Session สุดท้ายของวันที่นักการตลาดต่างชื่นชอบ เพราะมีการแจกเบียร์สด Stella Artois ให้ดื่มในระหว่างฟังแถมแก้วกลับไปด้วย มีถึงขั้นพูดว่า “The session is fuckin awesome!!”  ซึ่งเป็น session ที่ head of marketing ของ  Stella Artois มาเล่าการทำการตลาดผ่าน Sesory marketing และ Experience marketing เชื่อมระหว่าง Digital, Data และ Creative  เข้าด้วยกัน

งานในวันสุดท้ายมี Session ที่ผมเข้าฟังก็มีดังนี้ ซึ่งเป็นวันที่ผมเริ่มสมาธิหลุดแล้ว เพราะรู้เหนื่อยกับการรับข้อมูลต่าง ๆ แล้วเช่นกัน

  • The Business Reality behind Virtual Reality เป็นการมาเล่าถึงธุรกิจที่จะอยู่เบื้องหลัง VR ต่าง ๆ ว่าจะมีตั้งแต่ผู้ผลิต Platform, ผู้พัฒนาระบบที่จะเข้าไปใน VR, บริษัท Content และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งธุรกิจเหล่านี้เติบโตขึ้นอยู่มากมายและกำลังมีความสนใจอย่างสูงมากอีกด้วย
  • Disrupt the Disruptors: How Companies Can Inoculate Themselves Against Disruption เป็นการเล่าถึงว่าบริษัทนั้นจะสามารถทำให้ตัวเองอยู่รอดในภาวะ Disruption นี้ได้อย่างไร มีความน่าสนใจในวิธีการทำงานที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองต่อไปได้
  • Turning Gamers Into Shoppers เป็น Session ที่เล่าถึงพลังของการใช้เกม เพื่อดันการตลาดเพื่อให้เกิดการซื้อขายสินค้าของนักการตลาดขึ้นมา ซึ่งกลุ่มเกมนี้กลายเป็นกลุ่มที่มีพลังและมีความสนใจสูงต่อ Content ที่ออกมา
  • Where Content Meets Commerce เล่าเรื่องถึงการต้องทำ Content เพื่อสร้างให้เกิดการทำการขายสินค้าในออนไลน์ในยุคนี้ ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่จะ nurture คนให้ไปซื้อสินค้าได้
  • Ask the CMOs: Is the AOR DOA? เป็น Session สุดท้ายของวันที่คนน้อยมากที่จะเข้าฟังแล้ว แต่เป็น Session ที่ดีที่พูดถึงว่า agency กับลูกค้าในยุคหน้าจะทำงานกันอย่างไร โดยรวมคือ Agency จะกลายเป็นการร่วมมือของ Specialist agency มาแทน full service agency เพราะลูกค้าต้องการได้คนทำงาน expert มาร่วมทีมกัน และทำงานที่ดีที่สุดให้ลูกค้าขึ้น

ทั้งนี้  advertising week ที่ไปครั้งนี้ทำให้ผมได้รับไอเดียและเปิดภาพวิธีการทำงานของต่างประเทศและเทรนด์ที่โลกกำลังหมุนไป ซึ่งสามารถเอากลับมาใช้ในงานได้อย่างดี สำหรับปีนี้ผมมีแผนที่จะไป SXSW และ advertising week อีกเช่นกัน

 

อภิธานศัพท์ Adtech ที่ควรรู้ไว้เพื่อเข้าใจเวลานำเสนอสื่อออนไลน์

นี้จะเป็นการรวบรวมศัพท์ที่น่าสนใจที่ใช้กับ AdTech ซึ่งเป็นอตุสาหกรรมสื่อโฆษณาที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนี้ ซึ่งถ้าคุณสนใจก็ควรจะต้องศึกษาไว้ เพื่อให้สามารถสื่อสารและรู้ทันการนำเสนอของเอเจนซี่ต่าง ๆ ได้

display-advertising-technology-landscape_502919a4078a7

  1. Ad Exchange : เป็น Online Marketplace ของนักการตลาดในการซื้อและขาย inventory ของโฆษณาออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบ Realtime auctions ในการซื้อขายกัน
  2. Ad Fraud : กระบวนการปั่น View โดยการใช้ bot หรือหุ่นยนต์ Botnet เพื่อปั่น Click โฆษณาหรือ Drive Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ เพื่อปั่นยอดโฆษณาที่จะได้
  3. Ad Network : บริษัทที่เป็นตัวกลางระหว่างนักลงโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อและขายสื่อโฆษณาต่าง ๆ
  4. Ad Server : บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีในการป้อนโฆษณาที่ซื้อและขายกัน พร้อมวัดผลให้พร้อมกัน ๆ ว่ามีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร
  5. Agency Trading Desk: หน่วยงานภายใน Agency ที่ทำหน้าซื้อโฆษณาด้วยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ
  6. Audience Extension : บางทีเรียก “look-alike modelling,”  กระบวนการการจัด Segment ของกลุ่มเป้าหมายที่รู้จักและกลุ่มคนจากการใช้ข้อมูลที่มีคุณลักษณะที่คล้ายกัน
  7. Behavioral Targeting: การ target กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการค้นหาหรือเว็บไซต์ที่ได้เข้าไป
  8. Cookie: ข้อมูลที่ฝังลงไปใน Browser ผู้ใช้เพื่อทำการติดตามว่าเข้าเว็บไซต์ใดบ้าง
  9. Data-Management Platform (DMP) : บริษัทที่มีเทคโนโลยีในการเก็บและแบ่งหมวดหมู่ข้อมูลให้ตามที่นักการตลาดต้องการ
  10. Deal ID: เป็นกลุ่ม code เล็ก ๆ ที่เป็นข้อตกลงระหว่างนักโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา เพื่อให้นักโฆษณาสามารถเข้าไปดู inventory ของผู้ผลิตเนื้อหาได้
  11. Demand-Side Platform (DSP): บริษัทที่มีเทคโนโลยีให้คนซื้อสื่อโฆษณาสามารถซื้อสื่อโฆษณาได้ ผ่านการ Bid หรือ RTB ต่าง ๆ
  12. Supply-Side Platform (SSP): เป็นบริษัท Adtech ที่ทำงานกับ Publisher ในการขายโฆษณาให้ผู้ผลิตสื่อเหล่านี้ในราคาที่ดีที่สุด
  13. First-Party Data: คือข้อมูลที่บริษัทนั้นจัดเก็บโดยตรง
  14. Second-Party Data: เป็นข้อมูลที่บริษัทได้มาจากบริษัทที่จัดเก็บข้อมูล เพื่อขายให้เป็นข้อมูลในการซื้อสื่อโฆษณา
  15. Third-Party Data: เป็นการเก็บข้อมูลทางอ้อม หรือรวบรวมมาจากแหล่งต่าง เพื่อนำขายให้คนซื้อสื่อโฆษณาเพื่อทำการโฆษณาต่อไป
  16. Geotargeting : การ target กลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่ที่อยู่ จาก Cellsite ของมือถือ, GPS ของมือถือ หรือรหัสไปรษณีย์ต่าง ๆ
  17. Hashing: การที่บริษัท 2 บริษัทนั้นเอาข้อมูลของทั้ง 2 บริษัทมาจับคู่กัน โดยไม่ต้องเข้าไป access ในแต่ละบริษัทตรงกันข้ามกัน
  18. In-Stream : กระบวนการที่โฆษณานั้นจะปรากฏอยู่ใน Content นั้น ๆ
  19. Pixel: เป็น code เล็ก ๆ ที่จะเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์ ที่จะทำให้บริษัทนั้นรู้ว่า cookies ใดที่ถูกใส่ไว้ใน Browser ผู้ใช้แล้วและใส่ cookies ใหม่อื่นเข้าไปแทน
  20. Programmatic Direct: กระบวนการสื่อโฆษณาโดยตรงระหว่างนักโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา ผ่านระบบการซื้อโฆษณาอัตโนมัติ
  21. Programmatic Reserved หรือ Programmatic Premium : ระบบการซื้อโฆษณาอัตโนมัติที่เปิดให้นักโฆษณาซื้อพิเศษเท่านั้น
  22. Programmatic Non-Reserved: ระบบการซื้อสื่อแบบอัตโนมัติแบบทั่วไป ที่สามรถให้คนซื้อสื่อมาแย่งกันซื้อผ่านการประมูล
  23. Real-Time Bidding (RTB): ระบบการซื้อขายของโฆษณาที่ทำผ่านคอมพิวเตอร์ในการประมูลสื่ออย่าง Realtime
  24. Retargeting : กระบวนการแสดงโฆษณาให้คนที่เคยเข้ามาเว็บไซต์แล้ว ออกไปยังเว็บไซต์อื่น จะให้เห็นโฆษณาจากเว็บก่อนหน้านั้น
  25. Unique-User/Device ID: การจำแนกอุปกรณ์หรือผู้ใช้ เพื่อให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน หรือเครื่องเดียว จนกว่าเครื่องนั้นจะถูก reset หรือผู้ใช้นั้นลบบัญชีตัวเอง
  26. Viewability: วิธีการวัดโฆษณาเพื่อให้แน่ใจว่าครึ่งหนึ่งของภาพโฆษณานั้นปรากฏบนหน้าจออุปกรณ์นั้น ๆ อย่างน้อย 1-2 วินาที ซึ่งนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่แทน impression
  27. VTR (View-Through Rate): วิธีการวัดว่ามีคนกี่คนนั้นดูโฆษณาและเข้าไปดูเว็บไซต์หรือ Landing Page ของโฆษณานั้นต่อ
  28. CTR (Click-Through Rate):วิธีการวัดว่ามีคนกดโฆษณาและเข้าไปดูเว็บไซต์หรือ Landing Page ของโฆษณานั้นต่อกี่คน
  29. Instant Replay : กระบวนการที่โฆษณานั้นเล่นอัตโนมัติหลังจากเล่นจบทันที
  30. Post Click Conversions : คือการวัด Conversion หลังจากคนดูโฆษณานั้นกดที่ creative โฆษณา
  31. Dwell : คือจำนวนเวลาที่คนดูโฆษณาใช้เวลาเป็นจำนวนวินาทีในการปฏิสัมพันธ์กับโฆษณานั้น ๆ (วัดว่าสนใจโฆษณาหรือไม่)
  32. Interaction Rate : คือจำนวนครั้งที่คนปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา (วัดว่าสนใจโฆษณามากน้อยแค่ไหน)
  33. Expansion Rate : คือสัดส่วนระหว่าง  ad expansions/ad impression

นี่เป็นตัวอย่างศัพท์ที่ควรรู้ไว้ในตอนนี้ และยังมีศัพท์มากมายในเรื่อง Digital Analytics ต่าง ๆ อีกมากมาย ใครกำลังสนใจเรื่อง AdTech ก็ควรศึกษาไว้นะครับ

 

สงความ Advertising Data Platform เพื่อครองพื้นที่โฆษณา

ไม่ว่ายุคไหน ๆ ข้อมูลข่าวสาร และข่าวกรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในธุรกิจ จนกระทั้งซุนวูยังมีคำพูดในเชิงกลยุทธ์เลยว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” หรือแม้กระทั่ง NSA ยังมีโครงการ Prism ที่อยากจะเข้าไปเจาะทุก ๆ ข้อมูลข่าวสารเพื่อรวบรวมมาทำประโยชน์ให้กับตนเอง ในวงการ​ Digital Marketing ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การมีข้อมูลอยู่กับตัวเองเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์และสามารถนำไปสร้างมูลค่าได้มากมายจนเป็นรายได้ให้บริษัทต่าง ๆ

(more…)

© 2019 A MarketPress.com Theme