อภิธานศัพท์ Adtech ที่ควรรู้ไว้เพื่อเข้าใจเวลานำเสนอสื่อออนไลน์

นี้จะเป็นการรวบรวมศัพท์ที่น่าสนใจที่ใช้กับ AdTech ซึ่งเป็นอตุสาหกรรมสื่อโฆษณาที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนี้ ซึ่งถ้าคุณสนใจก็ควรจะต้องศึกษาไว้ เพื่อให้สามารถสื่อสารและรู้ทันการนำเสนอของเอเจนซี่ต่าง ๆ ได้

display-advertising-technology-landscape_502919a4078a7

  1. Ad Exchange : เป็น Online Marketplace ของนักการตลาดในการซื้อและขาย inventory ของโฆษณาออนไลน์ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบ Realtime auctions ในการซื้อขายกัน
  2. Ad Fraud : กระบวนการปั่น View โดยการใช้ bot หรือหุ่นยนต์ Botnet เพื่อปั่น Click โฆษณาหรือ Drive Traffic เข้าสู่เว็บไซต์ เพื่อปั่นยอดโฆษณาที่จะได้
  3. Ad Network : บริษัทที่เป็นตัวกลางระหว่างนักลงโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการซื้อและขายสื่อโฆษณาต่าง ๆ
  4. Ad Server : บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีในการป้อนโฆษณาที่ซื้อและขายกัน พร้อมวัดผลให้พร้อมกัน ๆ ว่ามีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร
  5. Agency Trading Desk: หน่วยงานภายใน Agency ที่ทำหน้าซื้อโฆษณาด้วยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ
  6. Audience Extension : บางทีเรียก “look-alike modelling,”  กระบวนการการจัด Segment ของกลุ่มเป้าหมายที่รู้จักและกลุ่มคนจากการใช้ข้อมูลที่มีคุณลักษณะที่คล้ายกัน
  7. Behavioral Targeting: การ target กลุ่มเป้าหมายจากพฤติกรรมการค้นหาหรือเว็บไซต์ที่ได้เข้าไป
  8. Cookie: ข้อมูลที่ฝังลงไปใน Browser ผู้ใช้เพื่อทำการติดตามว่าเข้าเว็บไซต์ใดบ้าง
  9. Data-Management Platform (DMP) : บริษัทที่มีเทคโนโลยีในการเก็บและแบ่งหมวดหมู่ข้อมูลให้ตามที่นักการตลาดต้องการ
  10. Deal ID: เป็นกลุ่ม code เล็ก ๆ ที่เป็นข้อตกลงระหว่างนักโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา เพื่อให้นักโฆษณาสามารถเข้าไปดู inventory ของผู้ผลิตเนื้อหาได้
  11. Demand-Side Platform (DSP): บริษัทที่มีเทคโนโลยีให้คนซื้อสื่อโฆษณาสามารถซื้อสื่อโฆษณาได้ ผ่านการ Bid หรือ RTB ต่าง ๆ
  12. Supply-Side Platform (SSP): เป็นบริษัท Adtech ที่ทำงานกับ Publisher ในการขายโฆษณาให้ผู้ผลิตสื่อเหล่านี้ในราคาที่ดีที่สุด
  13. First-Party Data: คือข้อมูลที่บริษัทนั้นจัดเก็บโดยตรง
  14. Second-Party Data: เป็นข้อมูลที่บริษัทได้มาจากบริษัทที่จัดเก็บข้อมูล เพื่อขายให้เป็นข้อมูลในการซื้อสื่อโฆษณา
  15. Third-Party Data: เป็นการเก็บข้อมูลทางอ้อม หรือรวบรวมมาจากแหล่งต่าง เพื่อนำขายให้คนซื้อสื่อโฆษณาเพื่อทำการโฆษณาต่อไป
  16. Geotargeting : การ target กลุ่มเป้าหมายจากพื้นที่ที่อยู่ จาก Cellsite ของมือถือ, GPS ของมือถือ หรือรหัสไปรษณีย์ต่าง ๆ
  17. Hashing: การที่บริษัท 2 บริษัทนั้นเอาข้อมูลของทั้ง 2 บริษัทมาจับคู่กัน โดยไม่ต้องเข้าไป access ในแต่ละบริษัทตรงกันข้ามกัน
  18. In-Stream : กระบวนการที่โฆษณานั้นจะปรากฏอยู่ใน Content นั้น ๆ
  19. Pixel: เป็น code เล็ก ๆ ที่จะเข้าไปอยู่ในเว็บไซต์ ที่จะทำให้บริษัทนั้นรู้ว่า cookies ใดที่ถูกใส่ไว้ใน Browser ผู้ใช้แล้วและใส่ cookies ใหม่อื่นเข้าไปแทน
  20. Programmatic Direct: กระบวนการสื่อโฆษณาโดยตรงระหว่างนักโฆษณาและผู้ผลิตเนื้อหา ผ่านระบบการซื้อโฆษณาอัตโนมัติ
  21. Programmatic Reserved หรือ Programmatic Premium : ระบบการซื้อโฆษณาอัตโนมัติที่เปิดให้นักโฆษณาซื้อพิเศษเท่านั้น
  22. Programmatic Non-Reserved: ระบบการซื้อสื่อแบบอัตโนมัติแบบทั่วไป ที่สามรถให้คนซื้อสื่อมาแย่งกันซื้อผ่านการประมูล
  23. Real-Time Bidding (RTB): ระบบการซื้อขายของโฆษณาที่ทำผ่านคอมพิวเตอร์ในการประมูลสื่ออย่าง Realtime
  24. Retargeting : กระบวนการแสดงโฆษณาให้คนที่เคยเข้ามาเว็บไซต์แล้ว ออกไปยังเว็บไซต์อื่น จะให้เห็นโฆษณาจากเว็บก่อนหน้านั้น
  25. Unique-User/Device ID: การจำแนกอุปกรณ์หรือผู้ใช้ เพื่อให้รู้ว่าเป็นคนเดียวกัน หรือเครื่องเดียว จนกว่าเครื่องนั้นจะถูก reset หรือผู้ใช้นั้นลบบัญชีตัวเอง
  26. Viewability: วิธีการวัดโฆษณาเพื่อให้แน่ใจว่าครึ่งหนึ่งของภาพโฆษณานั้นปรากฏบนหน้าจออุปกรณ์นั้น ๆ อย่างน้อย 1-2 วินาที ซึ่งนี้จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่แทน impression
  27. VTR (View-Through Rate): วิธีการวัดว่ามีคนกี่คนนั้นดูโฆษณาและเข้าไปดูเว็บไซต์หรือ Landing Page ของโฆษณานั้นต่อ
  28. CTR (Click-Through Rate):วิธีการวัดว่ามีคนกดโฆษณาและเข้าไปดูเว็บไซต์หรือ Landing Page ของโฆษณานั้นต่อกี่คน
  29. Instant Replay : กระบวนการที่โฆษณานั้นเล่นอัตโนมัติหลังจากเล่นจบทันที
  30. Post Click Conversions : คือการวัด Conversion หลังจากคนดูโฆษณานั้นกดที่ creative โฆษณา
  31. Dwell : คือจำนวนเวลาที่คนดูโฆษณาใช้เวลาเป็นจำนวนวินาทีในการปฏิสัมพันธ์กับโฆษณานั้น ๆ (วัดว่าสนใจโฆษณาหรือไม่)
  32. Interaction Rate : คือจำนวนครั้งที่คนปฏิสัมพันธ์กับโฆษณา (วัดว่าสนใจโฆษณามากน้อยแค่ไหน)
  33. Expansion Rate : คือสัดส่วนระหว่าง  ad expansions/ad impression

นี่เป็นตัวอย่างศัพท์ที่ควรรู้ไว้ในตอนนี้ และยังมีศัพท์มากมายในเรื่อง Digital Analytics ต่าง ๆ อีกมากมาย ใครกำลังสนใจเรื่อง AdTech ก็ควรศึกษาไว้นะครับ

 

ABC to Integrated Strategic Marketing บทที่ 3 : The Insight (Youtube fundamental Insight)

บทความต่อไปนี้จะเป็นซีรีย์ของการทำงานในเชิงกลยุทธ์ในการวางแผนงานของการทำ Marketing Communication จากประสบการณ์และการเรียนรู้จากที่ได้อ่านมา ซึ่งจะมีเป็นตอน ๆ ต่อเนื่องไป

จากตอนที่แล้วที่พูดถึงเรื่องการหา Insight ผ่าน Google Trend (ABC to Integrated Strategic Marketing บทที่ 2 : The Insight (Google fundamental Insight)ไป มาตอนนี้เราจะมาพูดถึงการหา Insight อีกแบบเพื่อดูว่าผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายนั้นมีพฤติกรรมความชอบอะไร และการทำการสื่อสารทางการตลาดแบบไหนจึงจะเหมาะสมกัน กับ Youtube Trend Dashboard 

จากการที่เราสามารถรูปแบบและ Pattern ของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ผ่าน Google Trend กันแล้ว เรายังสามารถรู้ความชอบของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ในเรื่องวิดีโอได้ด้วย ซึ่งทาง Google และ Youtube ได้สร้างเครื่องมือตัวหนึ่งเพื่อให้นักการตลาดหรือคนทั่วไปได้ใช้กันนั้นคือ  Youtube Trend Dashboard  จากการเปิดเผยของ Google และ Youtube เองนั้นประเทศไทยเองเป็นประเทศในกลุ่ม Top 10 ที่มีอัตราการดู Youtube สูงมาก สูงจนที่ Google นั้นต้องมาเปิดตัว Youtube ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อผลักดันตลาด Youtube ของคนไทย

Screen Shot 2558-07-26 at 11.41.16 AM

Screen Shot 2558-07-26 at 11.41.08 AM

คนไทยนั้นนั้นมีอัตราการชม Youtube สูงมาก และมีอัตราการดู Youtube ที่มีอัตราการดูนั้นสอดคล้องไปกับสื่อโทรทัศน์อย่างมาก ทำให้การทำการตลาดหรือการทำสื่อผ่านโลกออนไลน์นั้น Youtube จะเป็นช่องทางแรก ๆ ที่นักการตลาดคิดถึง แต่หลาย ๆ คนมักพลาดกับการใช้ Youtube ไปโดยไม่ได้ศึกษากลุ่มผู้บริโภคใน Youtube ว่าชอบอะไร หรือ ไม่ชอบอะไร หรือค้นหาการดูอะไรบน Youtube อยู่ วันนี้จะมารู้จักเครื่องมือนี้กัน

Screen Shot 2558-07-26 at 9.40.38 AM

Youtube Trend นั้นสามารถเข้าผ่านได้ที่ https://www.youtube.com/trendsdashboard  ซึ่งที่ Dashboard นี้จะแสดงผลเป็นหน้ารวมของประเทศที่เป็น Default ของ Youtube ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ จากหน้า Dashboard นี่จะมีเมนูที่น่าสนใจอยู่คือ Browse และ Compare ซึ่งสามารถดูแบบภาพรวม และการดูแบบเปรียบเทียบกัน ก็ได้

Screen Shot 2558-07-26 at 10.13.24 AM

นอกจากนี้ยังมีเมนูให้เปรียบเทียบกันระหว่าง ๆ Most Viewed กับ Most Share อีกเช่นกัน และจะเห็นได้ว่าคลิปที่มีความสนใจระหว่างการดูและการส่งต่อนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของคน ว่าคนเราชอบดูคลิปแบบนึง และการส่งต่อจะเป็นคลิปอีกแบบหนึ่ง

Screen Shot 2558-07-26 at 10.14.01 AM

จาก Dashboard ตัวอย่างนี้ผมได้ลองใช้ประเทศไทยในกลุ่มทุกช่วงอายุ มาเปรียบเทียบกันระหว่าง Most Viewed กับ Most Shared คลิปที่มีการดูนั้นจะเป็นพวกคลิป Entertainment ในประเทศไทย แต่คลิปที่จะแชร์กันนั้นจะเป็นคลิปไวรัลต่าง ๆ แทน

จาก Dashboard ดังกล่าวเราสามารถ Compare ช่วงอายุ ว่าผู้บริโภคแต่ละช่วงกลุ่มอายุนั้นมีความสนใจอะไร แตกต่างกันที่ไหนบ้างได้ด้วย

Screen Shot 2558-07-26 at 10.27.36 AM

ซึ่งจะเห็นได้ว่าอันดับ 1 นั้นในแต่ละช่วงอายุคือวิดีโอที่กำลังเป็นกระแสอยู่ แต่วิดีโออันดับถัดมานั้นแตกต่างกันตามความสนใจในแต่ละช่วงอายุ จะได้อย่างรายการ “เป็นต่อ” ที่ไม่มีความสนใจในช่วงอายุ 13-17 ปีแต่พออายุ 18-24 ปีกลับมีความนใจขึ้นมา และตกลงในอายุ 25-34 ปี หรือพวกวิดีโอ How to จะมีความสนใจในอายุที่เพิ่มขึ้น ในขณะ 13-17 ปีจะเป็นวิดีโอความสนุกสนานต่าง ๆ

เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มชายและหญิง แม้ว่าจะมีความชอบคล้าย ๆ ผู้ชายแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว เช่นรายการเป็นต่อที่ผู้ชายนิยมดู ปรากฏว่าผู้หญิงนิยมดูเป็นต่อที่อายุ 18-24 ปี และเรื่องราวที่ผู้หญิงสนใจส่วนใหญ่คือเรื่องราวดาราและบันเทิง ต่าจากผู้ชายที่จะมี How-to หรือวิธีการแก้ปัญหาติดมาบ้าง

Screen Shot 2558-07-26 at 10.36.53 AM

เมื่อเปลี่ยนมาเป็นคลิปที่แชร์กันว่าผู้ชายและผู้หญิง จะแชร์อะไรกันบ้าง จะเริ่มเห็นความแตกต่างมากขึ้นระหว่างคลิปที่แชร์ กับคลิปที่ดู และมีคลิปที่ทั้งดูและแชร์จำนวนมาก ในระหว่างชายและหญิง จะพบว่าเป็นคลิปที่กำลังเป็นกระแส หรือเป็นเรื่อง How-To หรือ Knowledge เยอะมากกว่า คลิปที่เป็น entertainment อีก

Screen Shot 2558-07-26 at 11.01.52 AM

ถ้าอยากดูความต่างมาก ๆ ลองเปรียบเทียบช่วงอายุที่เกิน 40 ขึ้นไป จะเริ่มเห็นความแตกต่างระหว่างคนหนุ่มสาวและคนมีอายุแล้วที่จะมีความสนใจต่าง ๆ ในการดูและการส่งต่อที่เปลี่ยนไป นั้นทำให้ใครที่คิดจะทำการตลาดหรือการสื่อสารใด ๆ ที่จะทำเป็นคลิปออกมา ควรจะรู้ความชอบ หรือความไม่ชอบ ของคนกลุ่มเป้าหมายก่อน ว่าชอบดูอะไร หรือ ชอบแชร์อะไร

Screen Shot 2558-07-26 at 11.26.27 AM

ทั้งนี้เครื่องมือ Youtube Trend Dashboard นี้เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้นักการตลาดทราบความชอบของผู้บริโภคในการตามดูและการแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ว่าเป็นเรื่องอะไรได้บ้าง ทำให้สามารถเข้าใจถึงความคิดของผู้บริโภคในเบื้องต้นได้ส่วนหนึ่ง แต่เครื่องมือนี้ไม่ได้สามารถบอกรายละเอียดได้เยอะกว่า Google Trend Dashboard หรือแยกระหว่างความสนใจของคนกรุงเทพ หรือต่างจังหวัด หรือบอกเป็นช่วงเวลาได้ นอกจากนี้เครื่องมือนี้ยังต้องการคนที่มาวิเคราะห์เครื่องมือนี้ในรูปแบบต่าง ๆ ว่าคนแต่ละช่วงอายุนั้นมีความสนใจอะไรบ้าง

ในตอนหน้าเราจะลงลึกถึงวิธีการหา insight ที่ทำกันมานานอย่าง Survey และ Interview ที่สามารถทำได้ผ่านทั้งออนไลน์และแบบออฟไลน์ได้ในสมัยนี้

 

 

ABC to Integrated Strategic Marketing บทที่ 2 : The Insight (Google fundamental Insight)

บทความต่อไปนี้จะเป็นซีรีย์ของการทำงานในเชิงกลยุทธ์ในการวางแผนงานของการทำ Marketing Communication จากประสบการณ์และการเรียนรู้จากที่ได้อ่านมา ซึ่งจะมีเป็นตอน ๆ ต่อเนื่องไป

จากตอนที่แล้วที่พูดถึงเรื่อง Brief (ABC to Integrated Strategic Marketing บทที่ 1 : The Brief )ไป มาตอนนี้เราจะมาพูดถึงการหา Insight เพื่อเป็นข้อมูลในการตอบคำถามของโจทย์ที่ได้มา และวิธีการที่ควรจะไป การหา Insight นั้นสามารถทำได้หลาย ๆ ทาง แต่การใช้วิธีการทางด้าน Digital ในการหาข้อมูล ซึ่งวันนี้เราจะมาสอนในเครื่องมือแรก อย่าง Google Trend กัน

พฤติกรรมของคนเรานั้น เมื่อนึกจะทำอะไร จะคิดอะไรก็จะทำการค้นหาก่อนเป็นสิ่งแรก หรือที่เรารู้จักว่า Micromoment ต่าง ๆ ออกมา การมีตัวตนใน Micromoment นั้นสำคัญมาก และการที่รู้ว่าคนนั้นค้นหาอะไร หรืออยากรู้อะไร และตัวตนของแบรนด์เรานั้นเป็นยังไงในการค้นหาผู้บริโภค และทุก ๆ การค้นหานั้น Google ก็ทำเป็นสถิติไว้ เพื่อให้เราได้เห็นถึงเทรนด์ความสนใจของคนในโลกออนไลน์ และนี้เองก็กลายเป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการทำ insight อย่างง่ายออกมา

(more…)

 

ABC to Integrated Strategic Marketing บทที่ 1 : The Brief

บทความต่อไปนี้จะเป็นซีรีย์ของการทำงานในเชิงกลยุทธ์ในการวางแผนงานของการทำ Marketing Communication จากประสบการณ์และการเรียนรู้จากที่ได้อ่านมา ซึ่งจะมีเป็นตอน ๆ ต่อเนื่องไป

 


ในทุก ๆ ครั้งสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้งานที่ได้นั้นมีความยอดเยี่ยมมากที่สุด และทำให้งานนั้นดำเนินการราบรื่นที่สุดตั้งแต่เริ่ม นั้นคือการเขียน Brief ซึ่งการเขียน Brief นั้นในหลาย ๆ ที่จะเป็นหน้าที่ของคนดูแลลูกค้า หรือใน Agency เรียกว่า Account Executive (AE) ซึ่ง AE นี้จะเป็นคนคุยกับลูกค้า และนำข้อมูลที่ลูกค้าให้มาเขียนเป็นบรีฟ แต่บางทีคนทำกลยุทธ์ก็สามารถเขียนหัวข้อบรีฟที่อยากรู้ให้ AE ไปถามได้ หรือ เป็นคนถามลูกค้าและนำมาเขียนบรีฟร่วมกับ AE นั้นเอง  (more…)

 

กระแส Maker กับการตลาดและโฆษณาในอนาคต

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาในประเทศไทย เราเริ่มเห็นกระแสสิ่งที่เรียกว่า Maker เกิดขึ้น โดย Maker Movement นี้เป็นกระแสในการผลิตอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ขึ้นมาใหม่ ซึ่งกระแสนี้เกิดขึ้นจากวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา เรียกว่า Maker Movement แล้ว Maker คืออะไรละ

Maker  คือวัฒนธรรมที่ต่อยอดมาจากวัฒนธรรม DIY (Do-It-Yourself)  โดยใส่เทคโนโลยีลงไปเช่นอุปกรณ์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ Gadgets, 3D Printing และรวมไปถึงงานศิลป์และงานหัตถกรรมต่าง ๆ ด้วย  ซึ่ง Maker นั้นจะต่างจาก Innovator อย่างมาก เพราะ Innovator นั้นคือคนที่ประดิษญ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา ต่างจาก Maker คือคนเอานวัตกรรมนั้นมาดัดแปลง Hack หรือต่อยอดให้ได้ของใหม่นั้นขึ้นมา

(more…)

 

IoT จนถึง Big Data และการทำการตลาดในอนาคต

ในตอนนี้หลาย  คนในวงการการตลาด คงได้ยินเรื่อง IoT หรือ Internet of the things กับ Big Data เพิ่มมากขึ้น และเป็นเหมือน Jargon ที่หลาย ๆ คนที่พยายามจับกระแสก็พูดกัน แต่ว่าแท้จริงแล้ว IoT กับ Big Data นี้มันคืออะไรกัน แล้วเกี่ยว้องกับการตลาดอย่างไร จะมีผลอย่างไร แล้วคุณเตรียมตัวรับมือรึยัง

(more…)

 

จัดการ Crisis Management อย่างมีประสิทธิภาพ

ในโลกที่ Digital นั้นมีอิทธิผลอย่างสูง ทำให้ consumer นั้นกลายเป็นสื่อและสามารถสะท้อนความคิดเห็นต่าง ๆ กลับได้แบบ One To Many ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่คนคน ๆ หนึ่งจะสะท้อนเสียงต่าง ๆ กลับสู่แบรนด์ ถ้าไม่ใช่คนดังแล้วละก็ความคิดเห็นนั้นจะจบลงอยู่ในวงที่แคบ ๆ ซึ่งแตกต่างจากสมัยนี้ที่มีสื่อหลากหลาย และความสามารถที่คน ๆ นึงจะกลายเป็นเสียงสะท้อนวงกว้างได้

(more…)

 

ยุทธการชิงคนดู ตลาด Video platfrom ที่ดุเดือด

คงไม่มีใครปฏิเสธในยุคที่คนเสพ Content มากมายในตอนนี้ว่า Video Content  นั้นคือรูปแบบที่คนนั้นสนใจ และติดตามมากที่สุด Youtube นั้นคือ Platform Video แรกของโลกที่เกิดขึ้นมาแล้วครองความเป็นเจ้าตลาดวิดีโอมาเป็นเวลานาน ทุก ๆ คนนั้นทำ content ต่าง ๆ ใส่เข้าไป และ youtube เองก็มีระบบแบ่งรายได้ให้คนทำ Content ดี ๆ ใส่เข้าไปเพื่อให้เกิดเนื้อหาดี ๆ เพิ่มเติมเข้าไปอีก (รายได้ของ youtube ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 6 พันล้านดอลลาร์)

(more…)

 

สงความ Advertising Data Platform เพื่อครองพื้นที่โฆษณา

ไม่ว่ายุคไหน ๆ ข้อมูลข่าวสาร และข่าวกรองนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากในธุรกิจ จนกระทั้งซุนวูยังมีคำพูดในเชิงกลยุทธ์เลยว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” หรือแม้กระทั่ง NSA ยังมีโครงการ Prism ที่อยากจะเข้าไปเจาะทุก ๆ ข้อมูลข่าวสารเพื่อรวบรวมมาทำประโยชน์ให้กับตนเอง ในวงการ​ Digital Marketing ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นสิ่งสำคัญ การมีข้อมูลอยู่กับตัวเองเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์และสามารถนำไปสร้างมูลค่าได้มากมายจนเป็นรายได้ให้บริษัทต่าง ๆ

(more…)

 

Mobilegeddon วันสิ้นโลกเว็บที่ไม่รองรับมือถือ

เมื่อไม่นานมานี้  Google ได้ทำการประกาศว่า ต่อไปนี้ผล Google Search นั้นจะทำการปรับเปลี่ยน algorithm ในการทำ Index โดยจะให้นำ้หนักกับเว็บไซต์ที่มีความเป็นมิตรหรือรองรับมือถือ ในการติดอันดับผลการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่พฤติกรรมการเข้าโลกออนไลน์นั้นเปลี่ยนไป จากที่ Traffic นั้นมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์มาเป็นส่วนใหญ่ ก็เปลี่ยนมาเป็นมือถือ  ทำให้หลาย ๆ เว็บและ Publisher เองก็หันมาทำกลยุทธ์ที่เรียกว่า Mobile First กัน ทาง Google เองก็เล็งเห็นแล้วว่า ถ้าปล่อยการค้นหาที่คนมาค้นผ่านมือถือ แล้วผลกลับไปที่เว็บที่มี UI/UX ที่ไม่ได้รองรับเรื่องมือถือ แล้วละก็จะทำให้ประสบการณ์คนใช้นั้นแย่ลง ซึ่งนี้เองเป็นที่มาว่าทำไม Google นั้นต้องสนใจและปรับเปลี่ยนผลการค้นหาเป็นการโชว์เว็บที่มีการรองรับมือถือก่อน

(more…)

 

I Want to Go Moments: จากการค้นหาสู่ร้านค้า

โลกของ Mobile นั้นขยายตัวขึ้นทุกวัน เราสามารถค้นหาอะไรก็ตามที่เราสนใจรอบ ๆ ตัวเราได้ทันที เช่นการหาว่าจะทานอะไรมื้อเย็นแถว ๆ ที่ทำงาน ซึ่งหลาย ๆ คนก็คงใช้วิธีการค้นหาผ่านมือถือเพื่อหาร้านอาหารที่แนะนำในละแวกนั้น ซึ่งการ Search เพื่อหา moment แบบนี้นั้นมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากตามที่ Google รายงาน และแบรนด์นั้นต้องเรียนรู้ว่าจะเข้าไปอยู่ใน Moment หรือตอบสนอง moment เหล่านี้ได้อย่างไร

(more…)

 

The Internet of Everything = The Internet of Me

ลองจินตนาการถึงครอบครัวหนึ่งที่เพิ่งแต่งงานกันในอีก 5 ปีข้างหน้า มองจากภายนอกอย่างผิวเผินทั้งคู่นั้นอาจจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พวกเค้าอาจจะอยู่ในบ้านเดิม ทำอาหาร ดูแลลูก ๆ แต่เดี๋ยวก่อน ทั้งคู่นั้นอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

สวนของพวกเค้านั้นถูกดูแลโดยระบบเพื่อหาสภาพที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ในสวน เด็ก ๆ ที่เล่นกีฬาอุปกรณ์กีฬาเหล่านี้ติดเครื่องวัดความเร็ว การหมุน หรือทิศทาง และข้อมูลอื่น ๆ ที่จะส่งกลับเข้าไปสู่คลังข้อมูล หูฟังที่แม่ใส่ขณะวิ่ง อาจจะเป็นเครื่องมือฝึกสอน พร้อมจับชีพจรต่าง ๆ  กลับเข้ามาภายในบ้านเคาเตอร์ครัว เขียง อาจจะกลายเป็นเครื่องมือแนะนำเมนูอาหาร ที่อิงจากวัตถุดิบที่อยู่ในตู้เย็น

(more…)

© 2019 A MarketPress.com Theme