Evan Spiegel กับ Snapchat ผู้ซึ่ง Mark Zuckerberg มองเป็นคู่แข่งและภัยของ Facebook 

ชายอายุ 23 ต้น ๆ ที่สร้าง Platform ที่เปลี่ยนโลกได้อีกคน และทำให้คนอเมริกันหลายสินล้านคนเปลี่ยนจากการใช้ Facebook มาใช้ Platform นี้แทน และปฏิเสธการเข้าซื้อของ Facebook และถูก Mark Zuckerberg ขู่มาแล้ว นี้คือ Evan Spiegel ผู้ทำ Snapchat ออกมา

Evan Spiegel นั้นมีประวัติที่คล้าย ๆ Mark Zuckerberg อย่างมาก เพราะครอบครัวเขาเกิดมาโดยมีแม่เป็นนักกฏหมายจาก Harvard และพ่อเป็นนักกฏหมายจาก Yale ซึ่ง Evan Spiegel เข้าเรียนก็ได้คอมพิวเตอร์นี้ละที่แก้เบื่อออกมา และสามารถสร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกได้ตอนปอ 6 และเริ่มเรียนรู้การใช้ Photoshopพอขึ้นมอปลายก็เริ่มมีบุคลิกภาพแบบ Mark Zuckerberg เพราะพ่อกับแม่เขานั้นหย่ากัน ทำให้เขาเริ่มมี Tactics ในการเรียกร้องกับพ่อแม่ เช่นการไปเที่ยว หรือการขอรถ BMW 550i มาใช้ ซึ่งถ้าไม่ได้เขาจะไปอยู่กับผู้ปกครองอีกฝั่ทันที ซึ่งทำให้พ่อของเขาซื้อให้ทันที และเขาก็อาศัยกับพ่อจนถึงเรียนมหาวิทยาลัย Evan Spiegel เข้าเรียนที่ Stanford ในสาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่นี้เขาได้เจอ Murphy ที่เรียนสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่จะกลายเป็นคนที่ก่อตั้ง Snapchat ในอนาคตเช่นกัน ซึ่งในระหว่างการเรียนที่ Stanford Evan Spiegel ก็ฉายแว่วจนได้รับโอกาสทำงานที่ Intuit ในเรื่องการทำระบบ Txtweb และเรียนรู้เรื่อง Content และ Murphy ก็ทำระบบในการปรึกษาผู้ปกครองในการดูแลการศึกษาให้เด็ก

จุดเริ่มต้นของ Snapchat เริ่มขึ้นเมื่อ Reggie Brown มาปรึกษาว่าจะลบรูปที่ส่งไปให้คนบางคนได้อย่างไรดี ซึ่งนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของ App พันล้านดอลลาร์ขึ้นมา และทั้ง 3 คนก่อร่วมกันตั้งบริษัทที่จะพัฒนาระบบที่ส่งข้อความแล้วหายไป ซึ่งทำให้ Evan เป็น CEO, Murphy เป็น CTO และ Brown เป็น CMO และเริ่มทำตัวต้นแบบพร้อมเรียกแอพนี้ว่า Picaboo โดยเอาไปเสนอนักลงทุน แต่นักลงทุนก็ไม่เข้าใจในระบบว่าคนเราจะลบรูปไปทำไม ในตอนนั้นเจ้าของไอเดียอย่าง Brown มอง Picaboo เป็นเครื่องมือส่งข้อความทางเพศหรือรูปล่อแหลมต่าง ๆ ที่หายไปได้ระหว่างหนุ่มสาว แอพ Picaboo เปิดตัวในปี 2011 มีคนใช้จริง ๆ แค่ 127 คน ซึ่งทำให้แต่ละคนนั้นต้องหาทางออกและทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างทีมขึ้นมา

Brown นั้นเกิดความคิดว่าทั้ง Evan และ Murphy จะปลดตัวเองลง ทำให้เริ่มเรียกร้องหุ้นของบริษัท 30% ซึ่งทาง Evan และ Murphy เห็นว่า Brown นั้นไม่ควรได้อะไรแบบนั้น ซึ่งทำให้เกิดการทะเลาะหนักมาก จน Evan ยุติการสนทนาและเข้าไปเปลี่ยนรหัส Admin ของแอพ และตัดการติดต่อสื่อสารของ Brown ทิ้งทั้งหมด ซึ่งคล้ายกับความขัดแย้งของ Facebook ระหว่าง Mark Zuckerberg และพี่น้อง Winklevoss กับ Eduardo Saverin อย่างมาก ซึ่งความน่าตลกก็คือ ทีม Snapchat ใช้ทีมกฏหมายเดียวกับทีมที่ Facebook ใช้ในการยุติคดีเหมือนกัน

เมื่อเหลือ 2 คนทำงาน Evan และ Murphy ก็เปลี่ยนชื่อ App เป็น Snapchat และเพิ่มฟีเจอร์เรื่องการถ่ายภาพกับการเพิ่ม caption ไปในภาพ แต่ตอนนี้แอพก็ยังไม่เป้นที่นิยมเช่นกัน ทำให้ Evan กลับไปเรียนต่อและ Murphy กลับไปทำงาน และปล่อยแอพให้ทำงานต่อไป แต่เมื่อ User โตมาถึงหลักพันคน Evan นั้นเจอ Pattern สำคัญของการใช้แอพ คือมีช่วงเวลาการใช้สูงสุดคือ 9 โมงเช้าถึง 3 โมงเย็น นี้คือเวลาของนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งสิ่งที่เกิดคือโรงเรียนนั้นห้ามใช้ Facebook และทุกคนนั้นมี iPad ทำให้ Snapchat กลายเป็นเครื่องมือเดียวในการสื่อสารของนักเรียน แถมข้อความหายด้วยทำให้คุณครูจับไม่ได้ว่าส่งอะไร เพื่อเข้าช่วงสิ้นปี 2011 นักเรียนได้ iPhone ใหม่ ทำให้ตัวเลขผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 2,241 คนทันที และพอปีใหม่ 2012 ก็ 20,000 คน ช่วงเมษายนก็กลายเป็น 100,000 คน

เมื่อคนใช้เพิ่ม ค่าใช้จ่ายก็เพิ่ม ทั้งคู่ต้องหาเงินมาจ่ายค่า Server ทั้งคู่ใช้เงินที่ได้มามาจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนเมื่อ Jeremy Liew จาก Light Speed Ventures นั้นมาเจอว่าหลานของคนรู้จักใช้งานและบอกว่ากำลังฮิตในวัยรุ่น พอ ๆ กับ IG หรือ Angrybird ทำให้ Jeremy Liew สนใจมากจนตามหาคนผลิตแอพนี้ ซึ่งสืบไปเจอว่าเป็นทั้งคู่ และตกลงเงินในปีเมษายน 2012 เป็นจำนวนกว่า $485,000 ซึ่งพอ Evan Spiegel ได้เงินมาก็ลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาโฟกัสการทำ Snapchat โดยเฉพาะ จากเงินที่ได้มาทำให้ Evan สามารถจ้างคนมาทำงานได้โดยมีพนักงานในช่วงแรกต้องทำงานที่บ้านของ Evan และกินนอนที่บ้านหรือใช้ห้องของน้องสาว Evan ในการพักผ่อน และทำงานทั้งวันทั้งคืนจนแอพนั้นสมบูรณ์ขึ้น ด้วยความฮิตในหมู่วัยรุ่นที่เบื่อ Facebook และการติดตามของผู้ปกครอง โรงเรียนและการโพสต่าง ๆ ใน Facebook ที่จะมีตลอดไป ทำให้ผู้ใช้ Snapchat นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เมื่อเริ่มแย่งผู้ใช้ Facebook ไปทำให้กลายเป็นเป้าสังเกตของ Mark Zuckerberg ทันที ในตอนแรก Mark จะให้ Even นั้นมาหาที่สำนักงาน Facebook แต่ Mark Zuckerberg ตัดสินใจบินไปหาที่บ้านของ Evan แทน ซึ่งที่นั้น Mark ได้เจอทั้ง Evan และ Murphy ซึ่งเมื่อเจอ Mark ก็โชว์ความต้องการของตัวเองทันทีว่าอยากจะทำอะไรกับ Snapchat และเล่า Feature ใหม่ที่ Facebook กำลังทำที่ชื่อ Poke โดยเป็นแอพแชร์รูปและหายไปเช่นกัน ซึ่งทำให้ Evan รับรู้ในความหมายว่า Mark อยากจะถล่ม Snapchat หากไม่ขายหรือร่วมมือกับ Facebook

เมื่อ Mark กลับไป ทั้ง Evan และ Murphy ต่างไปหาซื้อหนังสือ ตำราพิชัยสงครามซุนวู มาอ่านและให้พนักงานอ่านด้วย เพราะการกระทำของ Facebook เป็นการแสดงให้เห็นว่า Sbapchat จะยิ่งใหญ่ได้ และ Facebook ก็กลัว Snapchat นั้นเอง ในธันวาคม 2012 แอพ Poke ของ Mark Zuckerberg ก็ถูกปล่อยออกมา และ Mark ก็อีเมล์ไปหา Evan พร้อมบอกว่า “หวังว่าคุณจะสนุกกับแอพนี้” เมื่อทีม Evan รีวิวดูก็พบว่าเหมือนกับการก๊อปปี้ Snapchat ไปเลย แต่เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมในปีเดียวกัน Snapchat ก็เปิดตัวแอพสมบูรณ์ของตัวเองออกมา และกลายเป็นแอพอันดับหนึ่งในวันคริสต์มาสนั้นทันที

หลังจากคริสต์มาส Mark Zuckerberg ติดต่อมาอีกครั้ง ในคราวนี้ Mark Zuckerberg ยื่นข้อเสนอในการเข้าซื้อกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าตอนนั้นแอพจะไม่มีรายได้ ไม่มีโมเดลธุรกิจ และเพิ่งเกิดมาได้ 2 ปี แต่ Evan นั้นปฏิเสธไป และทำให้ Snapchat กำลังเข้าสู่ IPO ในปี 2016-2017 และสร้างมูลค่ามากกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2016 นี้เอง และคาดการณ์ว่าน่าจะมีมูลค่าเกินกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์แน่นอน ด้วยตัวเลขผู้ใช้มากกว่า 50 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม Even และ Murphy ก็ยังต้องจัดการปัญหาของผู้ก่อตั้งอีกคนต่อไปว่าจะจบลงอย่างไร

© 2019 A MarketPress.com Theme

%d bloggers like this: