Aaron Levie แห่ง Box.com ชายผู้อยากเป็น Oracle แห่งยุคนี้

ถ้าคุณเพิ่งได้ Seed Funding มา 106 ล้านดอลลาร์ คุณจะบอกกับ VC ว่าจะระดมทุนเพิ่มอีก 50 ล้านดอลลาร์เลยไหม นี่คือประวัติอันหน้าทึ่งของ Startups พันล้านดอลลาร์อย่าง Box.com นี้เป็นสิ่งที่ Founder Box.com Aaron Levie ทำ เค้าไม่สนใจเลยว่าจะผ่าน Funding มากี่รอบแล้ว เค้าสนใจแค่ว่าเค้าต้องการระดมทุนเพื่อเอามาทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จคือการเปลี่ยนโลกของ Enterprise โดยอยากเป็น Oracle ใหม่ในยุคนี้

Aaron Levie เติบโตในย่านชนบทของวอชิงตัน ในยุคที่ Netscape เปิดตัว ทำให้เค้าได้ลงไปจับโลกของ Internet ในยุคแรก ๆ เลย Aaron Levie เล่นอินเตอร์เนทในยุคนั้นจนถึงตีสองเกือบทุกวัน และตอนนั้นเค้าก็มีเริ่มมีไอเดียธุรกิจแล้ว โดย Aaron Levie เพิ่งมีอายุ 10 ปี และมักเอาไอเดียธุรกิจ มา Pitch กับพ่อแม่ทุกวัน และหลาย ๆ ครั้งก็กลายเป็นไอเดียที่น่าสนใจ Aaron Levie เริ่มทำ Startup มาตั้งแต่มัธยมและผ่านการล้มเหลวมานับไม่ถ้วน ทำให้เค้าได้บทเรียนทางธุรกิจมากมาย จนเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ขณะที่เรียนวิชา Marketing อยู่นั้น Aaron Levie ได้ Aha moment ในการเรื่องตลาดองค์กรขึ้นมา ทำให้เค้าได้ไอเดียว่าอยากจะทำธุรกิจกับตลาดองค์กร ซึ่งนั้นคือการเปลี่ยนตู้เอกสารทุกอันในออฟฟิส มาเป็นระบบ Cloud Storage ของตัวเอง

ด้วยไอเดียนี้เค้าชวนเพื่อนที่รู้จัก Dylan Smith มาเริ่มทำ Startup ตัวนี้โดยใช้เงินลงทุน 15,000$ ที่ได้จากการเล่น Poker Online มาเช่า Servers และเริ่มโทรหากับส่งแนวความคิดไปให้ VC หลายคน ซึ่งทุกคนปฏิเสธหมด ยกเว้น Mark Cuban ซึ่ง Mark Cuban ตอบตกลงและให้เงินมา 350,000$ โดยแลกกับหุ้น 30% เมื่อทั้ง 2 ได้เงินแล้ว จึงดรอปการเรียนจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าสู่ Sillicon Valley แทน เมื่อถึง Sillicon Valley ทาง Aaron Levie เริ่มคิดถึง Model Business ว่าจะเป็นแบบไหน โดยเค้าค้นพบว่าคนนั้นไม่ยินดีที่จ่ายเงินในการใช้ครั้งแรก โชคดีที่มีวิชา คณิตศาสตร์ออกมา Aaron Levie ค้นพบเค้าสามารถให้ GB แรกฟรีได้ และขอให้มีเพียง 3% ของผู้ใช้ upgrade มาจ่ายค่าสมาชิกในการใช้งานที่ 2.99$/GB ซึ่งคุ้มต้นทุนที่อยู่ใน 1$/GB ทำให้เค้าได้ Model Frremium ออกมา แต่ Mark Cuban นั้นไม่พอใจ ที่เงินนั้นจะต้องถูกจ่ายไปเพื่อให้คนลองฟรี

Mark Cuban ขายหุ้นทิ้งให้ Draper Fisher Jurvetson ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนไปในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์ (ถ้าตอนนี้หุ้นนี้จะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์) แต่ Box ก็ยังไม่โตและมีรายได้ที่ยังไม่มากนักสักที และผู้ใช้บริการนั้นก็ต่างเรียกร้อง Feature ใหม่ ๆ ออกมา สิ่งที่ Aaron Levie ทำคือการโทรหาลูกค้าแต่ละรายว่าอยากได้ Feature อะไรที่ทำ ให้จ่ายเงินมากขึ้น ลูกค้าทุกคนต่างบอกว่าคือการมี “Security Features” และ “Dashboard” ว่าพนักงานแต่ละคนใช้งาน storage ไปเท่าไหร่

นี้เป็น Aha moment ที่ 2 ที่เค้ารู้สึก Aaron Levie รู้ตัวว่า Target ผิดที่และคู่แข่งที่สำคัญที่น่าจะเป็นคือ Microsoft Share point ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในตลาดองค์กร แต่เค้าไม่มีเงินที่จะมาสร้างและทุ่มเทในการทำ Features นี้ Aaron Levie ตระเวณหา VC เพื่อมาลงทุนเป็นเวลา 2 ปี จนได้ VC ลงเงินอีก 6 ล้านดอลลาร์ทำให้สามารถพัฒนา Features ได้มากมาย จากนั้นในปี 2010 ปีที่ iPad เปิดตัว Aaron Levie นั่งดู Keynote ของ Steve Jobs และเห็นการเปิดตัวของ iPad นี้ สิ่งที่เค้าเห็นทำให้เกิด Aha moment ที่ 3 นั้นคือ ผู้บริหารทุกคนต้องใช้ iPad ในการทำงานอย่างแน่นอน และ Box.com ต้องทำบริการลงบน iPad เค้ารีบอีเมล์ปลุก Engineer ทุกคนในคืนนั้นและทำ Box.com ในเวอร์ชั่น iPad ออกมา ซึ่งในเวลาเดียวกัน P&G กำลังจะใช้ iPad กับพนักงานกว่า 18,000 คนในการทำงาน ทำให้ Box.com เข้ามาในจังหวะที่พอดี และจาก P&G นี้ก็เปิดประตูสู่บริษัทอื่นต่อไป

ด้วยการมาของ Box.com นี้ทำให้ตลาด Enterprise นั้นต่างเร่งปรับตัวอย่างเห็นได้ชัด เจ้ายักษ์ใหญ่ทุกคนต่างเร่งกว้านซื้อบริการมาให้บริการแบบ Freemiumตอนนี้ Box.com นั้นกลายเป็น Cloud Storage ของ Enterprise ในระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เค้ายังเป็นนักเรียนอยู่เสมอ Aaron Levie ชอบส่งอีเมล์ไปคุยกับผู้บุกเบิกวงการ Tech ดัง ๆ ต่าง ๆ โดยขึ้นหัวอีเมล์ว่า “ขอรบกวนเวลา 1 ชั่วโมงคุยกับผมได้ไหม”

© 2019 A MarketPress.com Theme

%d bloggers like this: