Lolly Wolly Doodle จากแม่บ้านธรรมดา กลายเป็นเจ้าของธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านที่ขายของผ่าน Facebook 

Brandi Temple ผู้หญิงที่อยากเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว และอยากดูแลลูก ๆ ให้ดีที่สุด วันนึงในปี 2006 เธอต้องการจะซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสาวของเธอ เธอพบว่าร้านต่าง ๆ ที่อยู่แถวที่เธออาศัยนั้นต่างไม่มีชุดในแบบที่เธอต้องการ เมื่อไปยังร้านตัดเย็บดี ๆ ก็เจอว่าร้านเหล่านี้ค่าทำชุดนั้นสูงมาก เธอจึงคิดว่าจะตัดเสื้อให้ลูกสาวของเธอ ดังเช่นที่ย่าและแม่ของเธอเคยทำให้เธอเช่นกันในสมัยเด็ก ๆ ชุดของเธอทำออกมานั้นเป็นเอกลักษณ์ มีลดลายปัก และมีรสนิยม น่ารักเวลาไปโบสถ์ได้

หลังจากการทำชุดให้ลูกของเธอ ผ้าที่เธอซื้อมาเพื่อตัดเสื้อผ้าให้ลูกนั้นเหลือเป็นริมาณมาก เธอเลยคิดว่าจะตัดชุดแบบลูกของเธอแล้วลองขายผ่าน eBay ดู ดีกว่าปล่อยให้ผ้านั้นกลายเป็นของไร้ค่าไป เมื่อเริ่มขาย เพื่อน ๆ และญาติของเธอนั้นช่วยขายทุกวิถีทาง ทำให้เธอต้องเปลี่ยนห้องนอนและโรงรถนั้นกลายเป็นโรงงานเล็ก ๆ และตั้งแบรนด์ว่า Lolly Wolly Doodle (LWD) ซึ่งล้อมาจากเพลง “Polly Wolly Doodle” ของเด็ก

tumblr_inline_nnhc038zgI1tp4ikk_500

ในปี 2008 eBay นั้นสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของเธอ ประกอบธุรกิจของสามีเธอนั้นเกิดการถดถอย เธอเลยต้องตั้งบริษัทขึ้นมาจริงจัง และเริ่มรู้ตัวว่าเธอต้องขยายกิจการนี้ด้วย หลังจากก่อตั้งบริษัทได้ 2 ปีเธอลองส่งเสื้อไปขายที่ alibaba แต่การขายนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ในช่วงนั้นเกิดการขยายตัวของ Facebook ขึ้นอย่างมาก เธอเลยย้ายการขายนั้นไปไว้บน Facebook โดยโพสบนเพจของแบรนด์เธอเอง ซึ่งมีคนติดตามแค่ 153 คนโดยส่วนใหญ่เป็นเพื่อนสมัยมัธยมของเธอ หากใครมาซื้อผ่านหน้าเพจเธอตอนนั้นโดยการทิ้งอีเมล์ไว้ เธอจะส่งใบเสร็จของ Paypal ให้และได้ราคาพิเศษจากเธออีกด้วย เธอขายประมาณ 25 ชุดในตอนนั้น เพียงแค่ 30 วินาที ก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว ซึ่ง 25 ชุดนี้เธอต้องใช้เวลาขายกว่าเดือนใน ebay เธอย้ายการขายเสื้อผ้าเธอทั้งหมดจาก eBay มาอยู่ใน Facebook ภายในเวลา 1 สัปดาห์ ครอบครัวของเธอต้องมาช่วยเพื่อให้ทำงานทันยอดกระแสสั่งซื้อ แม้กระทั่งพ่อของเธอเองต้องมาทำอาหารให้ เรียนการเย็บปักและการเย็บกระดุม

แต่แล้วเคราะห์กรรมก็โหมกระหน่ำ เมื่อธุรกิจของสามีเธอนั้นล้มลงในปี 2010 เธอคิดว่าเธอไม่สามารถทำธุรกิจนี้ต่อได้ เพื่อที่จะหาเงินมาพยุงครอบครัวต่อไป เธอเลยคิดจะขายบริษัทในราคา 1 ล้านเหรียญ เธอถูกแนะนำให้รู้จักพนักงานธนาคาร ซึ่งพาเธอไปพบคนที่จะซื้อบริษัทซึ่งคือ Shana Fisher เป็น VC ที่ลงทุนใน Makerbot และ Pinterest ทาง Shana บอกว่า Brandi นั้นดูศักยภาพและอนาคตบริษัทตัวเองต่ำไป พร้อมบอกว่า “อย่าขายบริษัทนี้เด็ดขาด ให้เธอนั้นลงทุนในบริษัทนี้ ให้บริษัทนี้โต เธอไม่รู้หรอกว่าเธอได้ทำอะไรลงไป” Fisher เชื่อว่าถ้า Brandi นั้นขยายชุมชนที่เป็นลูกค้าเธอออกไป บริษัท LWD นั้นอาจจะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ได้ เธอลงทุนใน LWD ไป 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และระดุมให้อีกรอบจนได้เงินกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามมา ทำให้เธอมีเงินจนสามารถย้ายฐานการผลิตจากบ้านเธอ มาโรงงานขนาด 4000 ตารางฟุต เธอรับสมัครพนักงานใหม่ที่นั้นเพื่อช่วยเธอทำเสื้อ ด้วยการที่หลาย ๆ โรงงานนั้นย้ายฐานผลิตไปประเทศจีน ทำให้มีอัตราการว่างงานสูง เธอเลยจ้างคนที่ตกงานเหล่านั้นเข้ามาช่วยผลิต ภายใน 2 ปีบริษัทมีพนักงานเพิ่ม 10 เท่า

ไม่ใช่แค่พนักงาานผลิตที่เธอได้รับสมัครมา ยังมีพนักงานทางด้าน e-Commerce เข้ามาช่วยเธอในการทำตลาดออนไลน์ เธอได้พนักงานจนต้องย้ายฐานผลิตไปที่ใหม่ในกันยายน ปี 2012 ซึ่งตอนนั้นแฟน Facebook เธอมีคนติดตามกว่า 300,000 คนแล้ว ในปี 2013 ธุรกิจเธอขายดีมาก ในขณะที่ธุรกิจเสื้อผ้าอย่าง JCPenney นั้นมีธุรกิจที่ตกลง เธอได้รับเงินทุนอีก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนต้องขยายบริษัทและฐานผลิตอีก ในปี 2013 นี้เองเธอได้ทำ Mobile App และเริ่มขายเสื้อผ่าน Instagram และ Pinterest อีกด้วย

brandi_2

กลยุทธ์การขายของ LWD นั้นน่าสนใจมาก เพราะใช้การโพสภาพเสื้อผ้าที่จะขายลงใน Facebook ในจำนวนจำกัด (ซึ่งจะโพสประมาณ 15 โพสต่อวัน) ถ้าใครสนใจจะต้องมา Comment เพื่อสั่งซื้อ และการสั่งการปักต่าง ๆ เข้าไป พร้อมทิ้ง email ไว้ ทาง LWD จะส่งใบเสร็จและวิธีการจ่ายเงินกลับไปทาง email ซึ่งคนซื้อต้องจ่ายเงินภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากได้อีเมล์ ซึ่งที่ LWD ได้คือการเกิดปฏิสัมพันธ์จำนวนมากจากการสั่งซื้อ ซึ่งนั้นกลายเป็นโฆษณาแบบฟรี ๆ ให้ทาง LWD ได้อีก เกิดการทำตลาดในแบบที่เรียกว่า “การทำตลาดแบบไวรัลที่บอกต่ออย่างต่อเนื่อง”

Lolly-Wolly-Doodle

การสั่งแบบนี้ยังมีข้อดีคือ ทำให้เธอสามารถควบคุมการผลิต และการทำตลาดของบริษัทเธอได้ เพราะการสั่งต่าง ๆ มาจากภายใน Facebook นั้นเอง

สิ้นสุดปี 2013 บริษัทเธอมีรายรับกว่า 11 ล้านดอลลาร์ และปี 2014 นี้บริษัทเธอขยายตัวจนต้องตั้งสำนักงานกว่า 4 รัฐเพื่อผลิตชุดให้ทัน มีพนักงานกว่า 250 คนและมี Fan Facebook กว่า 9 แสนคน

หากใครสนใจลองไปดูเรื่องราวของเธอได้ที่ www.lollywollydoodle.com/

© 2019 A MarketPress.com Theme

%d bloggers like this: