GoPro Action Cam สะเทือนโลกถ่ายภาพ 

Nick Woodman ผู้ซึ่งกำลังไปเที่ยวบาหลี ที่อินโดนิเซียในปี 2002 หลังจากล้มเหลวทางธุรกิจที่บริษัทตัวเองนั้นเจ๊งไม่เป็นท่า ก็ได้ออกไปท่องเที่ยวและเล่นเซิร์ฟบอร์ด Nick Woodman ได้ใช้กล้องที่ใช้แล้วทิ้งขนาด 35mm ใส่กล่องกันน้ำ ติดที่ข้อมือเพื่อที่จะถ่ายภาพขณะเล่นเซิร์ฟ แต่ภาพที่ได้ออกมาช่างต่างกับที่เค้าคิดไว้เพราะถ่ายอะไรที่เค้าอยากได้ไม่ติดเลย เค้าคิดว่าถ้ามีสายคาดกล้องดี ๆ นั้นจะทำให้กล้องนั้นถ่ายภาพได้ดีขึ้น เค้าจึงอยากผลิตสายคาดที่จะเอากล้องมาติดได้ และนี่เองเป็นที่มาของกล้อง GoPro

0x600-1

0x600-2

Nick Woodman และแฟนเค้าก็ได้เริ่มทำการระดมทุน ด้วยการเปิดท้ายขายของที่ตลาดนัด โดยขายสร้อยที่ทำจากหอยและลูกปัดที่ได้จากบาหลีในราคา 1.90$ จนได้เงิน 60$ กับยืมแม่เค้าอีก 35,000$ และพ่อเค้าอีก 200,000$ ทำให้เค้าเริ่มมีทุนที่จะสร้างต้นแบบของสายคาดที่จะเอากล้องมาติดนี่แล้ว ความต้องการของเค้าในการสร้างสายคาดที่เอากล้องมาติดได้นี่คือ สายตัวนี่ต้องสามารถติดกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยตัวสายคาดต้นแบบนั้นเค้าได้ใช้เครื่องเย็บผ้าของแม่เค้าเองในการผลิต และจากตัวต้นแบบนี่เองทำให้เค้าได้พบว่า สายคาดต่าง ๆ นั้นทำงานได้เป็นอย่างดี แต่มีปัญหาที่คือตัวกล้องนั้นเอง เพราะกล้องนั้นถ้าโดนอะไรกระแทก หรือโดนน้ำก็จะพังทันที เค้าจึงคิดได้ทันทีว่าอย่าตั้งบริษัทที่จะทำสายคาดที่เอากล้องมาติดเลย มาทำบริษัททำกล้องที่ถ่ายในทุกสถานการณ์ดีกว่า และคิดชื่อบริษัทนี่ว่า GoPro ซึ่งมาจาก Go Professional (โดยไม่ต้องพึ่งช่างกล้องอาชีพมาถ่าย action ของเรา)

woodman-says-his-company-has-been-profitable-since-day-one-he-saved-money-by-being-the-companys-model-on-early-packaging

Woodman นั้นกำลังเสี่ยงอย่างมากในการเริ่มธุรกิจที่เปลี่ยนจากอุปกรณ์กีฬา มาสู้ธุรกิจ Consumer เช่นกล้องที่เจ้าตลาดนั้นครองโดยหลาย ๆ เจ้าอย่าง Canon Sony Nikon ตัวเค้าเองทั้งขาดกลยุทธ์ธุรกิจ ทีม และเงิน แต่เค้าก็ไม่ย่อท้อ และสู้ตามหาความฝัน เค้าใช้เวลาหากล้องตามงานแสดงสินค้า หรือเทคโนโลยีที่สามารถนำมาดัดแปลงเป็นกล้องที่เค้าคิดไว้แต่ก็ยังไม่เจอ กว่า 2 ปีที่ตามหา Woodman เจอบริษัทจีนจากโลกออนไลน์ ที่ผลิตกล้องที่ติด snorklers แถมราคาไม่แพงที่จะผลิตกล้องแบบนี้ให้เค้าได้ ในตอนแรกนั้น Woodman ใช้กล้อง 35-mm ของบริษัทนี่เป็นต้นแบบภายในกล้อง แต่นอกจากภายในกล้องแล้วยังมีหลายส่วนที่ต้องออกแบบและการสร้างต้นแบบนั้นต้องร่างแบบขึ้นมา ตัว Woodman เองก็เขียน 3D CAD Model ไม่ได้ จึงสร้างต้นแบบอย่างง่ายด้วยการใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Dremel ตัวต่อพลาสติก และกาว แล้วเค้าก็เขียนเมล์ไปหาบริษัทที่เมืองจีน พร้อมเตรียมเงิน 5000$ กับการไขว้นิ้วไว้เพื่อให้งานนี้สำเร็จ

0x600-3

จากการส่งเมล์ไปในครั้งนั้น บริษัทจีนตอนรับว่าจะผลิตให้ ทำให้เค้าได้กล้อง GoPro ที่พร้อมที่จะไปโชว์ในงานที่ San Diago ในปี 2004 เปิดตัวครั้งแรกนั้นเค้าได้บริษัทญี่ปุ่นสั่งซื้อกว่า 100 ตัว ทำรายได้ในปีนั้นกว่า $150,000 ในปี 2005 บริษัท GoPro ของ Nick Woodman มีพนักงาน 2 คน คือตัวเค้าเองและ Neil Dana และในปี 2006 บริษัท GoPro ก็พร้อมแล้วที่จะเอาโลก Digital เข้ามา ซึ่งกล้อง Digital GoPro ก็ออกในปีนี่เอง ซึ่งทำรายได้กว่า $800,000

ในปี 2006 นี่ Woodman ไปเรียนการแข่งรถ แล้วลองเอากล้อง GoPro ติดรถแข่ง เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง เค้าพบว่าความเร็วสูงนั้นทำลายภายในกล้อง ทำให้เค้าได้ไอเดียที่จะ Redesign กล้อง GoPro นี่ใหม่อีกครั้ง ด้วย Timing ที่เหมาะ Google ก็ซื้อกิจการ Youtube ในปี 2006 นั้นเอง และเมื่อปี 2007 กล้อง GoPro รุ่นใหม่ก็เปิดตัว โดย GoPro Hero 3 ที่ถ่ายได้ 3-megapixel แบบภาพ VGA ก็วางจำหน่าย แม้ว่าภาพถ่ายกล้องจะยังสู้กล้อง Pro อื่น ๆ ไม่ได้ แต่ภาพวิดีโอนั้นกลายเป็น Content ที่เข้ากับการใช้ Youtube พอดี ทำให้ยอดขาย GoPro ในนิยามกล้องวิดีโอสร้าง content นั้นพุ่งแรงทันที ทำให้ GoPro มีรายได้กว่า 3.4 ล้านดอลลาร์

nick-woodman

แม้ว่ากล้อง GoPro นั้นจะมียอดขายที่ดี แต่ Woodman คิดว่ากล้องนี่น่าจะประยุกต์ใช้กับกิจกรรมกีฬาอื่น ๆ ได้ และ Woodman จึงได้สร้าง mount ต่าง ๆ เพื่อใช้กับกีฬาอื่น ๆ ได้ และยังทำเอกลักษณ์ของ GoPro นั้นให้แตกต่างด้วยการเป็นกล้องขนาดเล็ก กันน้ำ และมีเลนส์ Fish eye ทำให้ภาพนั้นสามารถจับภาพกว้างขณะคุณทำกิจกรรมได้เต็มที่ ไม่ว่าจะกีฬาอะไรด้วย

feature-52-GoPro-pan_13328

กล้อง GoPro สร้างนิยามใหม่ของการถ่ายวิดีโอ ทำให้คนนั้นถ่ายวิดีโอกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นในยุคของ Youtube ในปี 2007 นั้นเองรายได้ของ GoPro นั้นก็ยังคงไม่ทะลุ 7 หลัก Woodman นั้นประสบปัญหาความเชื่อมั่นในตนเอง และคิดว่าจะทำให้บริษัทนี่โตต่อไปไม่ได้ และตัดใจที่จะขายหุ้นให้นักลงทุนที่สนใจ จนกระทั่งในปี 2008 ที่กำลังตกลงเรื่องลงทุนจาก VC ได้ก็เกิดพิษเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนลดมูลค่าหุ้นของ GoPro ลง ทาง Woodman เองรู้สึกว่าเสียศักดิ์ศรี และโดนเหยียบย้ำ ทำให้เค้าปฏิเสธการลงทุนต่าง ๆ ในปีนั้นทันที และปรากฏว่าพอสิ้นปี 2008 นั้นเอง ยอดขาย GoPro กลับขึ้นมาได้กว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ยอดขาย GoPro นั้นโตอย่าต่อเนื่อง จนในปี 2010 ทาง BestBuy ห้างเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ในอเมริกาเอา GoPro ไปขาย ทาง Woodman เลยได้ไอเดียที่จะโตในตลาดที่ใหญ่ขึ้นและแข่งกับกล้องที่ครองตลาดอยู่ เค้าและทีมสื่อ GoPro บินไปถ่ายทำโฆษณาลงในออนไลน์โดยใช้นักโต้คลื่นและมี GoPro ติดอยู่ คลิป GoPro นี้เองสร้างความสนใจให้ผู้บริโภคทั่วไปอย่างมาก คลิปที่ออกมาจากนักกีฬาอาชีพ ทำให้คลิปนั้นไวรัลอย่างมาก

article-0-1F49923D00000578-626_634x658

ในตอนนั้น Woodman ไม่มี Twitter และใช้ Facebook น้อยมาก เขาเลยใช้เงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์เพื่อให้คนนั้นติดตา tag ‪#‎Gopro‬ โดยจ่ายให้นักกีฬาสร้าง Content ออกมาแล้ว แล้วแชร์ลงใน Social ทำให้ GoPro นั้นมีกว่า 222 ล้านวิวบน Youtube และ 47 ล้านคน Like บน Facebook

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=mRzhBkZNQFI[/youtube]

ในปี 2011 GoPro นั้นได้เงินลงทุนกว่า 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก VC 5 ราย และเพื่อที่จะแข่งขันในตลาดได้มากขึ้นทาง Woodman ได้ตกลงเงินลงทุนจาก Foxconn จำนวนกว่า 200 ล้านดอลลาร์ ในปี 2012

ในปี 2014 GoPro นั้นเข้าตลาดหุ้น และมีมูลค่าบริษัทกว่า 2.95 พันล้านดอลลาร์

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=Gd-k-395KtA[/youtube]

Nick Woodman กล่าวว่า ความกระหายในส่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของเค้า ถ้าเค้าไม่ได้ตามฝันกระหายที่จะโต้คลื่นในวันนั้น ก็คงไม่มี GoPro ในวันนี้

NickWoodmanGoPro

© 2019 A MarketPress.com Theme

%d bloggers like this: