Chipotle ผู้เขย่าบังลังก์ McDonald และพลิกโฉมหน้าวงการอาหาร Fast Food 

article

ในปี 1991 นาย Steve Ells นั้นทำงานในร้านอาหารระดับ 5 ดาว ที่เค้าไม่สามารถจะทานได้ เพราะด้วยเงินเดือนแค่ 12 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับคนครัว จึงไม่มีกำลังพอที่จะซื้อ เค้าจึงหันหน้าไปกินอาหารที่ชื่อว่า Burritos ขนาดยักษ์ ราคาถูกที่ขายให้คนงานที่ทำงานแถวร้านอาหารที่เค้าทำ ซึ่ง Burritos นี้ละที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเค้า

ขณะนั่งกิน Burritos นั้นเค้าก็มองเห็นคิวอันยาวเหยียดของคนที่รอต่อซื้อกิน ในขณะที่มีกลุ่มคนทำครัวจำนวนไม่มาก ที่อยู่หลังเคาเตอร์เตรียมอาหารอยู่ ซึ่งเค้าได้สังเกตแล้วจดลงในกระดาษว่า มีกี่คนที่ซื้อในเวลาที่เค้ากินอยู่ และพบว่าเมื่อคูณกลับเป็นเงินแล้วนั้นเป็นรายได้จำนวนมาก เมื่อเทียบกับต้นทุนของอาหารที่ขาย

ด้วยการที่เค้านั้นจบโรงเรียนทำอาหารจาก Culinary Institute of America เค้าได้ใช้ความรู้นี้มาปรับปรุง Burritos ให้มีคุณภาพและรสชาติให้ดีขึ้น กับราคาที่เหมาะสม แล้วลองเปิดร้านชื่อ Chipotle Mexican Grills. ในปี 1993

image

ด้วยการที่ไม่รู้กฏของโลก Fastfood ที่ร้าน Fastfood สมัยนั้นต้องมีเมนูหลากหลายและราคาถูก Steve Ells นั้นมอง Chipotle ให้ฉีกจากตลาดด้วยการเสนอร้านที่ขายประสบการณ์ โดยคนมาร้านต้องได้อาหารที่เตรียมสด ปรุงใหม่ จากวัตถุดิบที่ดี บรรยากาศการตกแต่งในร้านต้องมีธีมของไม้และเหล็ก ซึ่งดีกว่าร้าน Fastfood อื่น ๆ ที่เป็นร้านที่ดูถูกด้วยวัสดุสังเคราะห์

ร้านอาหารของเค้าจะมีเมนูไม่มาก เมื่อเทียบกับ Fastfood อื่น ๆ ทำให้สามารถลดการรอคอยหรือเข้าคิวขณะรออาหารได้ ไม่จำเป็นต้องใช้พนักงานมากมายในการเตรียมอาหารในเมนูต่าง ๆ นอกจากนี้ยังให้คนนั้นสามารถเลือกวัตถุดิบที่ใส่ตามที่ชอบ ไม่เหมือน Fastfood อื่น ๆ ที่เลือกไม่ได้อีกด้วย

นอกจากนี้เค้ายังใส่ใจในรสชาติอาหารมาก ๆ เพราะแต่ก่อนร้านจะใช้เครื่องหันผัก แต่เค้าพบว่าเครื่องหันนั้นทำให้รสชาติแย่ลง เพราะผักจะถูกทิ้งให้แห้ง จึงใช้คนหันแทน เพราะได้รสชาติที่ดีขึ้น และร้าน Chipotle จะไม่มีการแช่แข็งวัตถุดิบอาหารไว้เด็ดขาด อาหารนั้นจะถูกส่งสดใหม่เสมอ

นอกจากนี้นโยบายอีกอย่างคือเรื่องค่าจ้าง ร้าน Fastfood อื่นจะจ้างพนักงานด้วยค่าแรงที่ถูกที่สุด แต่ Chipotle นั้นกลับให้ค่าจ้างที่สูงมาก และรับพนักงานที่มีคุณภาพ โดยต้องเป็นคน Active มาทำงาน

นโยบายของบริษัทนี้สวนทางกับการทำ Fastfood ทุกที่ โดยเฉพาะความใส่ใจในวัตถุดิบ โดยเค้ายินดีที่จะเพิ่มราคาอาหาร เพื่อคนได้รับอาหารที่ดีขึ้น ตัวอย่างเมื่อเกิดสงครามราคาอาหาร Fastfood เจ้าอื่นนั้นลดราคา พร้อมลดคุณภาพลง แต่ Chipotle กลับเพิ่มราคาขึ้นพร้อมอาหารที่ดีขึ้น หรือแม้แต่ตอนที่เค้าได้ชิมเนื้อหมู แล้วรู้สึกว่าไม่อร่อยเท่าที่ควร เค้ากลับไปตามหาเจ้าที่จะส่งเนื้อหมูที่มีคุณภาพได้จนเจอ พร้อมขึ้นราคาอาหารอีก 1$ ซึ่งกลับกลายเป็นว่า ยอดขายนั้นเติบโตกว่า 8% ในปีนั้น

ในปี 2011 Chipotle นั้นมีกว่า 1400 สาขาใน 43 มลรัฐของอเมริกา มี Margin กว่า 25% ของรายได้กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าในช่วงแรกที่ McDonald เห็นว่า Chipotle จะเป็นกุญแจสำคัญในอนาคต แต่ด้วยนโยบายที่ไม่สอดคล้องกัน เช่นการขายอาหารที่มีกำไรสูง ต้นทุนต่ำอย่างกาแฟและคุกกี้ ทำให้ McDonald ขายหุ้นคืนในปี 2006 และเมื่อยิ่ง McDonald ขายหุ้นไป Chipotle ก็ยิ่งดำเนินนโยบายที่ขัดหลักการณ์ของ Fastfood มายิ่งขึ้น

โดยตอนนี้ Chipotle สร้างนโยบายอาหารอินทรีย์ โดยซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงเช่นเนื้อสัตว์ต่าง ๆ จากฟาร์มที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ ผักที่มาจากไร่ท้องถิ่น เพราะ Chipotle นั้นรู้ว่า กลุ่มเป้าหมายเค้านั้น รับรู้ความแตกต่างของรสชาติอาหารที่มาจากธรรมชาติหรือฟาร์มที่ใช้สารเคมี

ด้วยความที่มีจรรยาบรรณ ตามสโลแกนของร้าน ทำให้คนนั้นยินดีที่จะจ่ายทุกดอลลาร์เพื่ออาหารที่รับประทานเข้าไป ตอนนี้ Chipotle นั้นกลายเป็นผู้นำอาหาร Fastfood ในยุคใหม่ในตอนนี้

[youtube]https://www.youtube.com/watch?v=lUtnas5ScSE[/youtube]

บางทีการคิดอะไรที่นอกกรอบ ง่าย ๆ ขายประสบการณ์ที่ดี และจริงใจพร้อมมีจรรยาบรรณนั้น ก็ทำให้ธุรกิจคุณเติบโตอย่างมั่นคง คนก็ยินดีที่จะจ่ายและธุรกิจเราพร้อมที่จะเอาชนะยักษ์ใหญ่ขึ้นมาได้เช่นกัน

© 2019 A MarketPress.com Theme

%d bloggers like this: