By 11 March, 2012 3 Comments

บริการหลังการขายเพื่อสร้างความประทับใจหรือทำแค่ส่ง ๆ ไป กับเคส Electrolux

ขอใช้พื้นที่ตัวเองในการเขียนระลึกถึงวิธีการทำงานที่ห่วยมากในการบริการหลังการขายของบริษัท Electrolux สืบเนื่องจากการที่บ้านได้ซื้อตู้เย็นใหม่มาเมื่อสิ้นปีที่แล้วประมาณปลายเดือนตุลาคม 2554 ได้ แล้วก็เกิดภาวะน้ำท่วม ทำให้ตู้เย็นจมน้ำตามไป เพราะไม่สามารถยกหนีน้ำได้ด้วยขนาดของตู้เย็น (18 คิว) จึงต้องปล่อยให้โดนน้ำท่วมและทำการโทรแจ้งเข้าศูนย์เพื่อให้บริการการซ่อม ทางศูนย์แจ้งมาว่าจะมาซ่อมให้ปลายปีในวันที่ 28 ธันวามคม 2554 แต่เนื่องจากไม่ว่าง เลยเลื่อนมาเป็นช่วงปลายเดือนมกราคม 2555 แทน ช่างเข้ามาดูแล้วพบว่าตัวติดสวิทซ์ไฟเสียและแผงวงจรตู้เย็นเสีย ต้องสั่งอะไหล่มาซ่อมแล้วจะเข้ามาซ่อมอีกรอบ ซึ่งช่างบอกว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็จะโทรแจ้งให้ทราบ

ผ่านไปเนิ่นนานหลายวันจนกระทั่งจะสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางผมจึงอดรนทนไม่ไหว เพราะนี้จะครบ 1 เดือนที่ช่างเข้ามาดูแล้ว จึงได้ทำการโทรไปยัง Call Center เพื่อสอบถามความคืบหน้าของอะไหล่ตู้เย็นว่าจะได้ซ่อมเมื่อไหร่ เพราะที่บ้านนั้นกำลังจะต้องย้ายบ้านเพื่อทำการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอีกครั้ง

ทาง Call Center แจ้งกลับมาแล้ว โคตรช๊อคคือ อะไหล่นั้นจะเข้ามาตอนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ไม่รับปากว่าอะไหล่ที่เข้านั้นจะเป็นอะไหล่ของตู้เย็นที่เสียหรือไม่ ทำให้เกิดอาการโมโหในคำตอบทันที จึงต้องไประบายใส่ Customer Service เว็บบอร์ดและ Facebook ของทาง Electrolux HQ ว่าการบริการหลังการขายชองบริษัทนี้มันช่างแย่มาก เพราะต้องให้ลูกค้าโทรตามความคืบหน้าการซ่อมเอาเอง แถมโทรแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบอะไรที่ทำให้ได้รับรู้ได้เลยว่าจะมีการซ่อมเมื่อไหร่ มีแต่การปล่อยให้รอไปเรื่อย ๆ

พอได้โพสไปยัง Customer Service center ก็มีสายจากทาง Electrolux เข้ามาในวันถัดมาทันทีว่าจะให้ช่างเข้ามาซ่อมตู้เย็นให้ ปรากฏว่าช่างมาจริง แต่ทางศูนย์ให้อะไหล่ที่ไม่ใช่ของตู้เย็นมาให้ ทำให้ช่างซ่อมไม่ได้ แล้วช่างรับปากว่่าวันที่ 10 มีนาคม 2555 จะเข้ามาซ่อมให้

เมื่อวานนี้วันที่ 10 มีนาคม ทั้ง ๆ ที่บ้านนั้น แต่ละคนก็ยุ่งแต่ก็ต้องรอช่างเข้ามาซ่อมตู้เย็นทั้ง ๆ ที่ได้นัดกันแล้ว วันนี้ปรากฏว่าไม่มีใครเข้ามาเลย โทรหาช่าง Electrolux ก็ไม่ติด เลยได้โทรไปยังศูนย์บริการ ทางศูนย์แจ้งเหมือนเดิมเลยคืออะไหล่ยังไม่มาแล้วจะมาสิ้นเดือนมีนานี้ (ครั้งที่แล้วโทรไปก็บอกว่าจะมาต้นเดือนมีนาคม) และมีตู้เย็นที่เสียรอซ่อมจำนวนมาก ทำให้ที่บ้านเดาได้ว่า การที่ช่างมาล่าสุดนั้นเป็นการแค่มาโผล่หน้าให้ดูว่าสนใจ แต่ความจริงแล้วตู้เย็นก็ยังซ่อมไม่ได้เพราะไม่มีอะไหล่เหมือนเดิม

รวมทั้งหมดจะ 3 เดือนแล้วที่บ้านผมไม่มีตู้เย็นใช้งาน ตู้เย็นราคา 30,000 บาท ราคาแพงที่สุดของ Electrolux ให้บริการผมเยี่ยงทาส ผมต้องโทรไปง้อให้เค้ามาซ่อม โทรไปติดตามความคืบหน้า โทรเข้าหาทุกอย่าง นี้หรือ Customer Service

ถ้าใครจะทำการค้าขายของที่เป็น Home Appliance หรือที่เรานิยมเรียกว่ากลุ่มสินค้า HA แล้วละก็ความใส่ใจมันต้องมีมากกว่านี้ เช่น

  • เมื่อลูกค้าโทรแจ้งการซ่อม มันต้องมีระบบติดตามการซ่อม หรือมีโทรแจ้งกลับลูกค้าเป็นระยะ ๆ ว่าจะเกิดการซ่อมเมื่อไหร่ ลักษณะการซ่อมจะเป็นยังไง ซ่อมเสร็จเมื่อไหร่
  • ต้องไม่ให้ลูกค้าโทรติดตามเอาเองว่า Process การซ่อมมันจะเป็นยังไง เพราะลูกค้าฝากความหวังการซ่อมไว้กับบริษัท ถ้าไม่ต้องพึ่งบริษัทเค้าก็ซ่อมเอง ไม่ต้องโทรให้เสียเวลาแล้ว
  • คำตอบจาก Call Center ต้องให้คำตอบที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่แจ้งรายละเอียดแต่ไม่มีความหวังให้เลยว่าตู้เย็นจะซ่อมเมื่อไหร่ อะไหล่ของผมถูกสั่งไปรึยัง แล้วจะเข้ามาเมื่อไหร่
  • ถ้าบริษัท Electrolux ก็รู้ว่ามันมีตู้เย็นเสียหายจำนวนมาก ทำไมไม่สั่งอะไหล่ในช่วงน้ำท่วมมารอไว้เลย เพราะมันต้องมีคนแจ้งซ่อมเข้ามาแล้วแน่ ๆ จนถึงช่วงนี้ก็ต้องมีความเตรียมพร้อมรับมือการซ่อมจำนวนมาก แต่นี้ต้องมารออะไหล่แสดงว่าไร้การเตรียมพร้อม ทำงานไปวัน ๆ ผู้บริหารก็ทำงานเป็นแต่ Forwarder Manager ไปวันเหรอ? ไม่ตัดสินใจอะไรล่วงหน้าเลยรึไง
  • การที่มีคนแจ้งซ่อมแล้ว มันต้องมี ticket ของอะไหล่ที่ร้องขอไปแล้ว นี้ต้องรอถึงขนาดนี้แสดงว่าทางศูนย์จะรวบรวม ticket อะไหล่ชิ้นเดียวกันให้มันมีปริมาณมาก ๆ ก่อนแล้วจึงสั่งหรือไง เพื่อประหยัด Cost การขนส่ง นี่แสดงว่าไม่ว่าคุณจะโทรเข้ามาเป็นลำดับแรก หากคนที่ซื้อเครื่องเดียวกับคุณมีปริมาณน้อย Cost ยังไม่คุ้มกับการส่งอะไหล่ แปลว่าอะไหล่ก็จะยังไม่มาใช่ไหม คิวซ่อมคุณจะกลายเป็นคิวท้าย ๆ ทันที  คุณอาจจะต้องรอไปถึงชาติหน้าถ้าการสั่งอะไหล่เป็นแบบนี้

ตอนนี้เข้าเดือนที่ 3 แล้วที่รอการซ่อมตู้เย็นตู้นี้จาก Electrolux อยู่ ด้วย Customer Service ที่ให้บริการส่ง ๆ ไปแบบนี้ ผมว่าบริษัทนี้ผมคงซื้อแค่ตู้เย็นนี้พอและคงขอประกาศให้ทุกท่านรับทราบเลยว่าใครจะซื้อสินค้า Electrolux ให้ระวังเรื่องบริการหลังการขายแบบนี้ไว้ด้วยนะครับ  ตอนนี้ตู้เย็นผมยังตั้งตระหง่านใช้ไม่ได้อยู่ กำลังคิดว่าถ้า 5 เดือนแล้วยังไร้วี่แววการซ่อมอยู่ ผมจะทำการเผาตู้เย็นชิ้นนี้ถ่ายคลิปลง Youtube ประจาน Electrolux ให้ดังไปทั่วโลกเลย

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Posted in: Personal

About the Author:

3 Comments on "บริการหลังการขายเพื่อสร้างความประทับใจหรือทำแค่ส่ง ๆ ไป กับเคส Electrolux"

Trackback | Comments RSS Feed

  1. Pasit says:

    hitachi pump ก็ไม่ต่างกันเลยครับ

  2. koonrut says:

    เครื่องซักผ้าก็เช่นกัน บริษัทนี้บริการแย่จริงๆ แย่มากๆ นานและไม่สนใจลูกค้า ลูกค้าต้องตามเรื่องเอง อะไหล่สำรองไม่มี ต้องสั่งกันเคสบายเคส แพงซะเปล่าบริการไม่มีมาตรฐาน

  3. kumthorn says:

    ผมก็มีประสบการณ์ที่สุดยอดคำบรรยายกับยี่ห้อนี้เหมือนกัน ผมใช้เครื่องซักผ้าฝาบน เพิ่งใช้ครั้งเเรกก็เจอเลย เครื่องทำนํ้ายาปรับผ้านุ่มไปโดนผ้าเป็นรอยด่างๆ เต็มไปหมด ซักนํ้าสอาดรอบเดียวพร้อมปรับผ้านุ่ม เเละก็ทำงานผิดพลาดปล่อยนํ้าลงใต้เครื่องออกมาท่วมบ้านซะงั๊น เป็นการออกเเบบที่ผิดพลาดอย่างเเรง โทรไปที่ Call center ก็เจอปัญหาเดียวกัน คือตอบอะไรไม่ได้ ขอติดต่อกลับ เเล้วก็ไม่โทรกลับ ต้องให้ลูกค้าโทรไปเอง
    พอผมโว้ยมากขึ้น ก็ให้หัวหน้าโทรมา ทำเป็นมาอธิบายเเบบโง่ๆ ว่านํ้ายาปรับผ้านุ่มจะต้องผสมนํ้าอุ่นก่อนใช้ เฮ้อๆๆๆ อันนั้นมันต้องใช้กับชนิดเข้มข้นเท่านั้นนะ จะมาอธิบายเเบบส่งๆ ให้ลูกค้าเข้าใจตามเเล้วจบเรื่องเเบบนั้นหรอ
    พอถามถึงความรับผิดชอบ ก็ทำเป็นขอโทรกลับ พอโทรกลับมาก็ทำมาบอกว่า “เผอิญไปหาพวกเเฟ้ม ของพรีเมียม ไม่มีเลย ไม่รู้จะเอาอะไรให้” โอ้โห้ ดูมันทำ มันดูถูกลูกค้าของมันเเบบไม่น่าให้อภัย…

    เเล้วเจอกัน กูไม่ยอมเเน่นอนเรื่องนี้ ให้เสียชื่อยีห้อนี้ไปเลย…

Post a Comment