By 16 April, 2011 1 Comments

ทำไม Facebook Marketing ถึงล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จได้ ตอนที่ 1

Facebook นั้นกลายเป็น Platform ที่นักการตลาดนิยมเข้าไปทำการตลาดอย่างมากมายเนื่องด้วย สาเหตุที่มีผู้ใช้กลุ่มคนไทยที่อยู่ใน Facebook มากกว่า 8,759,460 คน (ตัวเลขวันที่ 16/4/54) สามารถสร้างการตลาดจากการที่ใช้สมาชิกชวนเพื่อนสมาชิก ให้มาเป็นกลุ่มชุนชมของสินค้า เพื่อนำไปบอกบอกเล่าต่อได้แบบปากต่อปาก หรือกลายเป็นไวรัลได้อย่างง่ายได้

แต่การที่กลุ่มองค์กรใด องค์กรหนึ่งจะสามารถรุกเข้าไปทำการตลาดใน Facebook ให้สำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มีเหตุปัจจัยหลายประการ ใน Blog นี้จะมาไขกลไกของ Facebook Marketing ว่าทำไมถึงล้มเหลว หรือประสบความสำเร็จได้

ทำไม Facebook Marketing ถึงล้มเหลว

อันดับแรกเลยที่ทำให้ Facebook Marketing ล้มเหลวเลยคือการที่ทำ Campaign กิจกรรมใน Facebook นั้นยากเกินไป หรือซับซ้อนเกินไป

Digital Agency นั้นชอบทำ Campaign ที่มีความซับซ้อนสูง ที่ต้องคลิ๊ก หลาย ๆ คลิ๊ก หรือมีหน้าหลาย ๆ หน้า มีปฏิสัมพันธ์แบบต่าง ๆ รวมถึงรูปภาพ เหมือนที่ Agency ทำตาม Microsite ที่จะมีเนื้อหากิจกรรมมากมาย มีเกมส์เล็ก ๆ หรือการประกวดต่าง ๆ ซึ่งทำให้บริษัท Digital Agency นั้นสามารถชาร์ตเงินจากองค์กรได้เป็นนับล้าน ๆ บาท แต่น่าเสียดายที่ องค์กรและ Agency นั้นลงทุนเงินนับล้านไปความสูญเปล่า โดยที่คนที่ใช้ Facebook นั้นไม่ชอบ Campaign ที่ทำนั้นเลย

คนที่ใช้ Facebook นั้นไม่ได้ใช้เวลาบน Facebook หน้า ๆ เดียวของ Facebook Page เป็นเวลา 20-30 นาที นอกจากผู้ใช้คนนั้นจะมีความสนใจในเนื้อหาที่น่าอ่าน น่าดึงดูดของ Fanpage การสร้างกิจกรรมที่ต้องมานั่งค้นหาเหมือนเกมล่าขุมทรัพย์ เพื่อให้คนติดอยู่ที่น่า Fanpage ขององค์กรนาน ๆ หรือ/แล้ว สามารถชวนพื่อนมาเล่น มาร่วมกิจกรรมกันได้ ฟังดูแล้วกิจกรรมนี้ดูดีเมื่อนำไปเสนอขายกับองค์กร แต่ในความเป็นจริงแล้ว กิจกรรมแบบนี้มีผู้เล่นน้อยมาก ๆ การทำกิจกรรมที่มีความซับซ้อน หรือการใช้เวลาสูงนั้น ต้องตามมาด้วยของรางวัลที่สูงตามไปด้วย ยิ่งผู้เล่นยิ่งต้องคลิ๊กเยอะ ใช้เวลาเยอะ ก็ต้องมีของรางวัลให้สมกับที่ผู้เล่นต้องใช้เวลาที่เสียหรือลงแรงไป

ลองดูกิจกรรมของคุณว่า กิจกรรมของคุณซับซ้อนในการเล่นแค่ไหน เช่นต้องมีจำนวนคลิ๊กกี่ครั้ง ผู้เล่นต้องกรอกข้อมูลมากแค่ไหนหรือต้องค้นหาเหมือนล่าขุมทรัพย์ยากแค่ไหนนะครับ ยิ่งคลิ๊กเยอะเกินกว่า 2 คลิ๊กก็ยิ่งมีคนเล่นยากแล้ว

หลาย ๆ App ใน Tab เดียวก็ไม่ Work มันง่ายที่จะคิดว่า Facebook Tab นั้นมันเหมือนกับเว็บไซต์ หลาย ๆ คนที่ทำ Facebook Fanpage ก็เลยเอาคุณสมบัติที่หลากหลาย อย่างเช่น โพล การส่งของขวัญหรือวิดีโอ ลงไป Tab อันเดียว อย่างไรก็ตามผู้ใช้ Facebook ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เข้า Facebook Page โดยเข้ามาดูหน้า Tab นั้นเป็นหน้าแรก ผู้ใช้ส่วนใหญ่นั้นเข้ามา Facebook Page โดยเข้ามาในหน้า Wall ซะส่วนใหญ่เพื่อติดตาม พูดคุยหรือสอบถามกับคนที่ดูแลหน้า Facebook องค์กรนั้น ๆ จากการที่ Like Fanpage ขององค์กรนั้นแล้ว

นอกจากนี้ การที่เอา Campaign หลาย ๆ อันใส่ไว่้ใน Tab เดียว ผู้ใช้หน้าใหม่ที่จะเข้ามารู้จัก Fanpage ขององค์กรผ่านทางช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ โดยที่เราแทรกลิงก์ของ Tab นั้นเอาไว้ แต่เมื่อผู้ใช้กดลิงก์ดังกล่าวมายังหน้า Tab แล้ว สิ่งที่เจอจากการที่องค์กรเอาสิ่งต่าง ๆ เอาไปใส่ไว้ใน Tab เดียวนั้นก็คือ ผู้ใช้จะเข้ามาหากิจกรรมที่ตัวเองอยากเล่นหรือสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ไม่เจอ ทางที่ดีคือการทำกิจกรรมที่อยากประชาสัมพันธ์นั้นไว้ใน Tab เดียวของตัวเองเพื่อให้ค้นหาสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น

การประกวดภาพถ่ายและวิดีโอนั้นไม่เคยสำเร็จ หลาย ๆ แบรนด์นั้นชอบที่จะทำ Campaign การประกวดการถ่ายภาพหรือวิดีโอ หากคุณไม่ใช่องค์กรหรือแบรนด์ที่มีสมาชิกที่ชอบเอารูปถ่ายหรือวิดีโอมาแบ่งปันกัน เหมือนแบรนด์กล้องหรือการท่องเที่ยว แต่ลองนึกภาพว่าคุณทำ Fanpage ของเครื่องดื่ม เครือข่ายมือถือ หรือแม้แต่แบรนด์เสื้อ การทำวิดีโอหรือถ่ายรูปมาแข่งกันใน Fanpage นั้นคงจะยากมากสำหรับสมาชิก

การอัพโหลดรูปหรือวิดีโอนั้น เรียกได้ว่าเป็นการลงทุน ลงแรงที่เยอะมากสำหรับผู้ใช้ Facebook เพราะแรกสุด ผู้ใช้ต้องถ่ายรูป มาเลือกรูป แล้วอัพโหลดรูปเข้าไป ยิ่งด้วยมีฝีมือการถ่ายที่ไม่ดีก็ยิ่งไม่อยากทำเข้าไปกันใหญ่ แถมด้วยรางวัลเป็นแค่ไปร่วมกิจกรรม Workshop หรือได้ตั๋วหนังราคาไม่ถึง 200 การลงทุนถ่ายรูปแบบนี้ย่อมไม่คุ้มแน่ ๆ นอกจากนี้การทำ App เพื่อมาอัพโหลดรูปโดยเฉพาะนั้น ยิ่งทำให้ไม่ประสบความสำเร็จเข้าไปอีก การทำ App เกี่ยวกับรูปถ่ายหรือวิดีโอนั้นแม้ว่าจะสามารถดูแลระบบต่าง ๆ ควบคุมอะไรต่าง ๆ ได้ง่ายดาย แต่ปฏิสัมพันธ์การประชาสัมพันธ์ผ่านเพื่อนสมาชิก Facebook กันเองนั้นกลับต่ำกว่าอีกด้วย เพราะทุกอย่างจบอยู่ใน App คนใน Facebook Page จะไม่รู้เลยว่ามีรูปอะไรอยู่ หรือจะไปกด Like หรีือ Comment นั้นก็ยากขึ้น

ให้กด Like ก่อนถึงเล่นกิจกรรมได้ ทำให้คนเล่นกิจกรรมคุณลดลงแน่นอน ข้อนี้หลาย ๆ คนที่ทำการตลาดผ่าน Facebook นั้นคงรับรู้ได้ว่า การที่มีกิจกรรม หรือ Campaign App อะไรสักอย่างที่ที่มีให้เลือกระหว่างต้องกด Like เป็น Fan ก่อนกับไม่ต้องกดเลย จะเห็นได้ว่า Campaign หรือกิจกรรมที่ไม่ต้องกด Like ก่อนนั้นจะมีคนเล่นอย่างมากมายแน่นอน การที่ต้องบังคับให้ผู้เล่นนั้นเป็น Fan ของ Fanpage ก่อนนั้นจะทำให้ผู้เล่นกิจกรรมนั้นลดลงอย่างมากแน่นอน ยิ่งความคุ้มค่าในการที่ต้องกด Like ต่อรางวัลที่ได้ยิ่งน้อยแล้วละก็ กิจกรรมนี้ที่จะประสบความสำเร็จยิ่งเข้าใกล้ 0 ทันที

การทำตัว Bot ไร้ปฏิสัมพันธ์ หรือสร้างกำแพงระหว่างตัวองค์กรกับผู้ใช้ใน Facebook การที่ Fanpage องค์กรทำตัวเป็นหุ่นยนต์นำ Content มาโพสเพียงอย่างเดียว ไม่พูดคุยหรือแก้ปัญหา หรือไร้ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนสมาชิกใน Facebook แล้วละก็ คนยิ่งต้องลดลงอย่างแน่นอน ยิ่ง Fanpage ทำตัวเหินห่างกับสมาชิกแล้วละก็ยิ่งทำให้คนไม่อยากมาเป็น Fan ด้วยและไม่มีอะไรดีขึ้นจากเดิมอย่างแน่นอน

ผู้ใช้ Facebook ส่วนใหญ่เข้ามาเป็นสมาชิกใน Facebook เพราะอยากมีความสนิทสนมกับแบรนด์ที่ตัวเองรู้จัก อยากได้รับข่าวสารและสิทธิพิเศษต่าง ๆ เหนือคนอื่น ซึ่งเว็บไซต์นั้นไม่สามารถทำแบบสิ่งนี้ได้ การทำตัวเป็น bot ใน Facebook นั้นก็ไม่ได้ต่างอะไร ที่ให้คนใช้เข้าหน้าเว็บไซต์ไปหาคำตอบเอง

การไม่ยอมรับการติชม ความเป็นจริงหรือมีอีโก้ของตัวเอง บางองค์กรนั้นรับไม่ได้ว่าในคำติชม เมื่อมีคนติ มาบ่น บนหน้า Facebook ตัวเอง กลายเป็นสิ่งรับไม่ได้ และองค์กรก็ไม่เคยคิดจะชี้แจง หรือบอกเล่าความจริงเรื่องนั้น แถมกลับลบความเห็นนั้นอีก ทำให้เกิดภาพลบต่อองค์กรนั้นต่อผู้ใช้ Facebook นั้นเข้าไปอีก การที่เราอยู่ในชุมชนขนาดใหญ่นั้นย่อมมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การที่จะทำให้คนนั้นชอบแบรนด์หรือองค์กรนั้นทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่การยอมรับสิ่งที่ติมานั้น แล้วแก้ไข พร้อมทั้งยอมรับและชี้แจงนั้น ควรเป็นสิ่งที่พึ่งกระทำ เพื่อแสดงให้เห็นความจริงใจและความสนใจต่อเพื่อนสมาชิกใน Facebook เช่นกัน

การยอมรับความจริง หรือ ลด/ลบ Ego ของตัวเองให้่หมดไปนั้นเป็นข้อดีอย่างมากในการทำ Facebook Marketing หลาย ๆ แบรนด์หรือองค์กรนั้นไม่สามารถยอมรับความจริงหรือมีอีโก้สูง ทำให้วางตำแหน่งหรือกำหนดกลยุทธในการทำ Facebook Marketing ผิดไป เช่นคิดว่าตัวเองมีฐานข้อมูลของสมาขิก แต่แท้จริงแล้วไม่มีข้อมูลสมาชิกแม้แต่คนเดียว ทำให้ไม่สามารถใช้ข้อมูลใด ๆ มาเริ่มต้นได้ แถมยังเป็นการเสียเวลาในการทำงานอย่างมากในการไปตามหาฐานข้อมูลที่ไม่เคยมีอยู่จริง นอกจากนี้การมี Ego สูงเกินไปของบางองค์กร หรือแบรนด์ที่คิดว่าตัวเองรู้ดี ว่าควรทำยังงั้น ยังงี้โดยการใช้การตลาดแบบเก่าหรือสามัญสำนึกของตัวเองที่คิดว่าคนจะชอบโดยการยัดเยียด การโพสที่กลัวคนจะเข้ามาเสนอความคิดเห็นในแง่ลบและอยากให้มีแต่แง่บวกนั้น หรือแม้กระทั้งไม่รู้ว่าคนจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการเค้านั้นเพราะอะไร แล้วหลงคิดว่าไม่มีคนก็ซื้ออยู่แล้วนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ Facebook Marketing ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แถมยังก่อให้เกิดความวุ่นวายเพิ่มได้อีกมากมาย

Blog นี้ยาวมาก ๆ blog หน้าเราจะไปต่อตอนที่ 2 กันว่าทำยังไง Facebook Marketing ถึงจะประสบความสำเร็จกัน

Comments

comments

Powered by Facebook Comments

Posted in: Marketing

About the Author:

1 Comment on "ทำไม Facebook Marketing ถึงล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จได้ ตอนที่ 1"

Trackback | Comments RSS Feed

  1. ชอบๆ :D เอาอีกครับ

Post a Comment